สงสารจับใจ! สาวอเมริกัน ป่วยโรคหายาก ต้องอยู่แบบไม่มีน้ำตั้งแต่ 8 ขวบ
แพทตี้ อีจัน
6 กันยายน 2567

เรามักจะพอเห็นคนที่มีอาการแพ้สิ่งต่างๆ อยู่บ้าง เช่น แพ้กุ้ง แพ้ถัว แพ้อาหารทะเล และเข้าใจว่าเขาต้องใช้ชีวิตยากลำบากแค่ไหน แต่สำหรับเธอคนนี้เห็นแล้วสงสารจับใจค่ะ เพราะเธอมีอาการแพ้น้ำ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยแพ้ทั้งน้ำอาบ น้ำกิน และเหงื่อของตัวเอง
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า “เทสซา” หญิงสาวชาวอเมริกัน วัย 25 ปี ป่วยโรคภูมิแพ้ที่หายากที่สุด เรียกว่า ลมพิษจากการสัมผัสน้ำ (aquagenic urticaria) โดยเธอมีอาการแพ้น้ำตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยเธอจะเกิดอาการคัน ผื่น และลมพิษบนผิวหนัง พอดื่มน้ำเข้าไป เธอจะรู้สึกแสบร้อนในลำคอและร่างกาย จึงเลือกดื่มนมเป็นหลัก เพราะว่าปริมาณน้ำได้รับการบัฟเฟอร์จากโปรตีน ไขมัน และน้ำตาล และอาการก็แย่ลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี
เธอเล่าว่า… “หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันจะมีผื่นขึ้นตามผิวหนังเป็นตุ่มใหญ่ และหนังศีรษะจะมีเลือดออกหลังอาบน้ำ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราทำคือ เปลี่ยนแชมพู ครีมนวดผม และสบู่ แม้จะกำจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไปแล้ว อาการภูมิแพ้ก็ยังคงอยู่ อีกทั้งยังมักบ่นว่าร่างกายขาดน้ำและเป็นลมได้ง่ายๆ
หลังจากทดสอบและวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาเป็นเวลา 2 ปี คุณแม่ของเธอซึ่งเป็นแพทย์ ได้รวบรวมอาการและยืนยันว่าเธอ “แพ้น้ำ” ผื่นตามร่างกายอาจมาจากน้ำในสระว่ายน้ำ ห้องอาบน้ำ และแหล่งน้ำในโรงแรมหลายแห่งในเมืองต่างๆ เมื่อเธอโตขึ้นก็มีอาการแพ้น้ำมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น คันตา ผื่นบนลิ้น และลมพิษในปาก
เธอเล่าต่อว่า… ผู้คนมักจะไม่เชื่อและพยายามทดสอบอาการแพ้ของเธอ บางคนถึงขั้นพยายามจะราดน้ำใส่ หรือไม่ก็ปาน้ำแข็งใส่
ที่แย่กว่านั้นคือ อาการภูมิแพ้ดังกล่าว ทำให้เธอมีภาวะขาดน้ำมากเกินไป ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่สูญเสียการไหลเวียนของเลือดชั่วคราว และขณะเข้ารับการรักษาลำไส้ใหญ่บวมจากการขาดเลือด ก็ประสบกับอาการแทรกซ้อนทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันที่หลายแห่ง
เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนต่างช็อก และแห่เข้าไปให้กำลังใจเธอยกใหญ่ ‘อีจัน’ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ