เดือด! ปธน.ฝรั่งเศส ฉะ “ทรัมป์” เลิกพูดกลับไปกลับมา ชี้ ทำลายความเชื่อมั่นโลก
แพทตี้ อีจัน
3 เมษายน 2569

“มาครง” ตอกทรัมป์ ผู้นำระดับโลก ควรจริงจังกว่านี้ ไม่ใช่พูดขัดแย้งตัวเองไปมาทุกวัน
วานนี้ (2 เม.ย.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) แห่งฝรั่งเศส ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างรุนแรง กรณีการส่งสัญญาณที่สับสนและขัดแย้งกันเองในประเด็นสงครามอิหร่านและอนาคตขององค์การนาโต (NATO) โดยระบุว่า ผู้นำระดับโลกควรมีความสม่ำเสมอและ “ต้องจริงจังกว่านี้”
มาครง ย้ำว่า ผู้นำไม่ควรพูดอย่างหนึ่งแล้วกลับมาพูดอีกอย่างที่ตรงกันข้ามในวันถัดไป บางทีคุณก็ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดทุกวันก็ได้ เนื่องจากท่าทีที่เปลี่ยนไปมาของทรัมป์กำลังสร้างความสับสนอย่างหนักให้กับกลุ่มพันธมิตร สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางขณะนี้ ต้องการความมั่นคง ความสงบ และการกลับคืนสู่สันติภาพ
พร้อมบอกว่า “นี่ไม่ใช่การแสดง”
ท่าทีดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์มีถ้อยแถลงที่ย้อนแย้งในสัปดาห์เดียว ทั้งการอ้างว่าสงครามใกล้จะชนะและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพันธมิตร แต่ในขณะเดียวกันก็กดดันให้พันธมิตรเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร หรือแม้กระทั่งไล่ให้ประเทศอื่นไปจัดการเรื่องน้ำมันในอ่าวฮอร์มุซเอาเอง
นอกจากประเด็นอิหร่านแล้ว มาครงยังวิจารณ์ทรัมป์ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นขององค์การนาโต ด้วยการตั้งคำถามถึงข้อผูกพันของสหรัฐฯ ต่อพันธมิตรรายวัน โดยทรัมป์เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่ากำลังพิจารณาถอนตัวจากนาโตอย่างจริงจัง และเรียกองค์กรนี้ว่าเป็นเพียง “เสือกระดาษ” ซึ่งมาครงชี้ว่าการสร้างความสงสัยเช่นนี้เป็นการทำลายรากฐานความไว้เนื้อเชื่อใจที่เป็นหัวใจสำคัญของพันธมิตรทางทหาร
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซว่า การใช้กำลังทางทหารเข้า “ปลดปล่อย” เส้นทางเดินเรือนั้นเป็นเรื่องที่ “ไม่สมเหตุสมผล” และไม่สามารถทำได้หากปราศจากการเจรจาหรือความร่วมมือกับอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต ซึ่งเขามองว่าเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองผู้นำยิ่งตึงเครียดมากขึ้น หลังจากที่มีรายงานว่าทรัมป์ได้กล่าวล้อเลียนชีวิตสมรสของมาครง ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสได้ตอบโต้สั้นๆ ว่าเป็นพฤติกรรมที่ “ไม่สง่างามและไม่ได้มาตรฐาน” และไม่คู่ควรที่จะได้รับคำตอบจากเขา
จับตากันต่อค่ะว่าทรัมป์จะหยุดที่ตรงไหน และสงครามครั้งนี้จะจบยังไง?