“อเมริกา” ราคาน้ำมันพุ่งสูง เซ่นโจมตีอิหร่าน “เบนซิน” แตะ 103 บาท/แกลลอน
บวรวัฒน์ อีจัน
6 มีนาคม 2569

เซ่นสงคราม 3 ชาติ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โจมตีทางอากาศใส่ อิหร่าน เซ่นปมขัดแย้งโครงการนิวเคลียร์ นับเป็นการปะทะครั้งใหญ่ระดับโลก ที่มีผู้ทรงอิทธิพลต้องถูกสังเวยชีวิตอย่าง อยาตอลลาห์ อาลี เคเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และด้วยเหตุนี้เอง ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบใหญ่ระดับต้นของโลก และทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นั้น

วันนี้ (6 มี.ค. 69) สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างอิงจาก สมาคมยานยนต์อเมริกัน ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) อยู่ที่ 3.25 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103 บาท) ต่อแกลลอน ซึ่งเพิ่มเกือบ 27 เซนต์ (ราว 8.56 บาท) ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยครั้งสุดท้ายที่ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ ในลักษณะเดียวกันคือ เดือนมีนาคม 2022 ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

รายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นครั้งล่าสุด ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ อยู่ในระดับเดียวกับช่วงต้นเดือนเมษายน 2025 ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินธรรมดา มักจะสูงขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิตามความต้องการน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มต้นของการผลิตน้ำมันเบนซินสูตรฤดูร้อน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.51 ปิดที่ระดับมากกว่า 81 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,570 บาท) ต่อบาร์เรล เมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ (28 ก.พ. 69) ส่งผลให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลราวร้อยละ 25 ของโลก โดยรายงานวิจัยจากสตีเฟล (Stifel) บริษัทจัดการความมั่งคั่งและวาณิชธนกิจของสหรัฐฯ ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานอาจผลักดันราคาน้ำมันดิบสู่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,170 บาท) ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันที่สูงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น และเกิดความตึงเครียดด้านสินเชื่อ เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวเพราะราคาน้ำมัน
ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวซินหัว (XINHUA)
