รัฐบาลทหารเมียนมา สั่งแบนเงินต่างประเทศ ตัดนำเข้าสินค้า ทำราคาพุ่ง กระทบเศรษฐกิจชาติ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

4 กุมภาพันธ์ 2569

รัฐบาลทหารเมียนมา สั่งแบนเงินต่างประเทศ ตัดนำเข้าสินค้า ทำราคาพุ่ง กระทบเศรษฐกิจชาติ

(3 ก.พ. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในเมียนมา อยู่ระหว่างเผชิญภาวะถดถอยอย่างรุนแรง ท่ามกลางปัจจัยหลักจาก มาตรการของรัฐบาลทหารที่จำกัดการใช้เงินตราต่างประเทศ และควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในนครย่างกุ้ง

รายงานของ วอชิงตันโพสต์ กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลทหารได้ออกมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยน และการถือครองเงินตราต่างประเทศ รวมถึงจำกัดการออกใบอนุญาตนำเข้า เพื่อสกัดเส้นทางการเงินของกลุ่มต่อต้าน แต่ผลที่ตามมากลับทำให้ห่วงโซ่อุปทานในประเทศสะดุดอย่างหนัก เครือข่ายการกระจายสินค้าแทบหยุดชะงัก ธุรกิจนำเข้าไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

ประชาชนจากหลายอาชีพ ตั้งแต่เจ้าของร้านค้ารายย่อย คนขับแท็กซี่ ไปจนถึงภาคธุรกิจและนักการทูต ต่างได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างรุนแรง โดยสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากขาดแคลนไปจากตลาด อาทิ น้ำยาล้างเล็บ น้ำยาคอนแทคเลนส์ อาหารสัตว์ และผ้าอนามัย ทำให้ประชาชนต้องพึ่งพาการนำสินค้าติดตัวเข้ามาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือหาซื้อผ่านตลาดมืด

ทั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านการนำเข้ายังส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งสูงอย่างผิดปกติ โดยมีรายงานว่า ยีสต์น้ำหนัก 1 ปอนด์ที่เคยขายในราคา 2,000 จัต (30 บาท) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า สะท้อนภาวะขาดแคลนและการบิดเบือนของตลาด แม้แต่บริษัทข้ามชาติและแบรนด์ระดับโลก ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันทั้ง โคคา-โคล่า ต้องหยุดสายการผลิตบางส่วนเนื่องจากไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ ขณะที่ KFC ในย่างกุ้งบางสาขา ต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ซอสเป็นถุงพลาสติก หลังซอสสำเร็จรูปขาดตลาด

ขณะที่ธนาคารโลกประเมินว่า นับตั้งแต่การรัฐประหาร อัตราเงินเฟ้อของเมียนมาพุ่งขึ้นอยู่ในช่วง 20-40% ราคาสินค้าจำเป็นและค่าครองชีพ ทั้งอาหาร ยา และค่าไฟฟ้า เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาระตกอยู่กับครัวเรือนโดยตรง โดยชาวเมืองย่างกุ้งต่างพูดกันว่า “การอดทนกลายเป็นเรื่องปกติ”

ขอบคุณข้อมูล : Chosen Biz