ผลวิจัยชี้ การดื่ม กาแฟ หรือ ชา อาจช่วย ลดความเสี่ยง ภาวะ สมองเสื่อม

กฤษฎา เกียรติศักดิ์

กฤษฎา เกียรติศักดิ์

19 กุมภาพันธ์ 2565

ผลวิจัยชี้ การดื่ม กาแฟ หรือ ชา อาจช่วย ลดความเสี่ยง ภาวะ สมองเสื่อม

สำหรับคอกาแฟคงแอบยิ้ม มุมปากแต่ไม่ว่าจะเกิดประโยชน์หรือไม่ก็ตาม ก็ควรอยู่ในความพอดี ไม่มากเกินไปนะคะ เป็นห่วงกลัวตาแข็งกันทั้งวัน

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เทียนจินของจีน เทียบข้อมูลจากยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) ฐานข้อมูลชีวการแพทย์และทรัพยากรการวิจัยของสหราชอาณาจักร ในการศึกษาผู้เข้าร่วมการสำรวจอายุ 50-74 ปี จำนวน 365,682 คน ซึ่งรายงานว่าตนมีพฤติกรรมการดื่มกาแฟและชา โดยการติดตามผลระยะเฉลี่ย 11.4 ปีสำหรับโรคระยะแรกเริ่ม พบว่าผู้เข้าร่วมจำนวน 5,079 คนมีภาวะสมองเสื่อม และผู้เข้าร่วม 10,053 คนเคยมีอาการหลอดเลือดสมองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ผลการศึกษานี้ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพีแอลโอเอส เมดิซิน (PLOS Medicine) พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้ว หรือชา 3-5 แก้วทุกวัน หรือดื่มทั้งกาแฟและชา 4-6 แก้ว มีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะสมองเสื่อมต่ำลง

เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มทั้งกาแฟและชา กลุ่มผู้ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วและดื่มชา 2-3 แก้ว ในทุกวัน มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองต่ำกว่าถึงร้อยละ 32 และมีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมต่ำกว่าร้อยละ 28

โดยขณะเดียวกัน ผลการศึกษายังชี้ว่าความเสี่ยงที่จะมีภาวะสมองเสื่อมหลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมองซึ่งลดต่ำลงนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการดื่มกาแฟเพียงอย่างเดียว หรือดื่มกาแฟร่วมกับชา คณะนักวิจัยยังประเมินความเชื่อมโยงของประเภทกาแฟกับโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และภาวะสมองเสื่อม (dementia) โดยจากการศึกษากาแฟบด การแฟสำเร็จรูป และกาแฟไม่มีคาเฟอีน พบว่าผู้ดื่มกาแฟบดเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมากในการเกิดภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง

อนึ่งว่า กาแฟอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ขณะที่ชามีคาเฟอีนและคาเทชิน (catechin) ซึ่งมีคุณสมบัติปกป้องระบบประสาท เช่น มีฤทธิ์ต้านความเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน และ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ