กรมอุตุฯ เตือนจับตา! พายุคัลแมกี อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน เคลื่อนตัวเข้าไทยบ่ายนี้

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

7 พฤศจิกายน 2568

กรมอุตุฯ เตือนจับตา! พายุคัลแมกี อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน เคลื่อนตัวเข้าไทยบ่ายนี้

7 พ.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่า มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เนื่องจากอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) บริเวณเมืองกอนตูม ประเทศเวียดนามได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว

ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ “คัลแมกี” อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันอยู่ที่เมืองจำปาสักตอนล่าง ประเทศลาว คาดจะเข้า อ.สิรินธร อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ช่วงบ่ายนี้ ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ พายุเคลื่อนทางตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าว ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง
โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 7 พ.ย. 68

พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. 68 จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชันเคลื่อนผ่านประเทศลาว โดยในวันที่ 7 พ.ย. 68 จะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า: ในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันเคลื่อนผ่านประเทศลาว โดยในวันที่ 7 พ.ย. 68 พายุนี้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและปกคลุมบริเวณภาคกลางตอนบน และภาคเหนือตามลำดับ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
ในช่วงวันที่ 10 – 13 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรงในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วง 8 – 13 พ.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร อ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง: ในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

                สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 7 พ.ย.

สถานการณ์แผ่นดินไหว(ช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. 68): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 2.5, 2.4, 2.0, 2.6 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด