อุตุฯ เผยอากาศ 7 วัน “เหนือ-อีสาน” หนาวมาก กทม. เย็น 19-21 องศาฯ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

19 พฤศจิกายน 2568

อุตุฯ เผยอากาศ 7 วัน “เหนือ-อีสาน” หนาวมาก กทม. เย็น 19-21 องศาฯ

วันนี้ (19 พ.ย.68) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 19 – 25 พ.ย.68 โดยในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคใต้ตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง กับมีอากาศเย็นถึงหนาว และมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส 

ส่วนในช่วง 23 – 25 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง  ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมีมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยและทะเลอันดามันห่างฝั่ง มีคลื่นสูงประมาณ 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 19 – 22 พ.ย.ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง กับมีลมแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง 

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงกา

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 
อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 – 32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3 – 10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.

ในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5 – 12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 
อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23 – 29 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6 – 12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 – 31 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7 – 14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23 – 29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 
อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 27 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 20 – 21 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 25 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงฝนตกหนักมากบางแห่ง
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 31 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 
ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 
ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 31 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.