ช่วง 7 วัน อุตุฯ พยากรณ์ว่า สงกรานต์ ไทยจะเจอ อากาศร้อน และ ฝนตก
tannysoft
11 เมษายน 2564

วันนี้ (11 เม.ย. 64) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ช่วงวันที่ 11-12 เม.ย. 64 มีความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากจีน ปกคลุมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกรโชกแรง สำหรับลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่ม และฝนตกหนังในบางพื้นที่
วันที่ 13-15 เม.ย. 64 มีความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ขณะที่ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงลดลง กลับมีอากาศร้อนขึ้น สำหรับลมตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณนั้นมีฝนลดลง แต่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีลมจากตะวันตกเข้าปกคลุม ทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้น
วันที่ 16-17 เม.ย. 64 มีความกดอากาศระลอกใหม่จากจีนมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง สำหรับลมตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนังบางแห่ง
อากาศของ 7 วันข้างหน้า ของแต่ละภาคนั้น มีรายละเอียดดังนี้
ภาคเหนือ ช่วงวันที่ 11 – 12 และ 16 – 17 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 13 – 15 เม.ย. 64 มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และลมกระโชกแรง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 24-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 11 – 12 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 13 – 15 เม.ย. 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 16 – 17 เม.ย. 64 พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 22-26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง ช่วงวันที่ 11 – 12 และ 16 – 17 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 13 – 15 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 10 – 12 และ 16 – 17 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 13 – 15 เม.ย. 64 มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมทางตะวันออกเฉียงใต้ มีความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 29-37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมทางตะวันออก มีความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ช่วงวันที่ 11 – 13 เม.ย. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมทางตะวันออก มีความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จะมีคลื่นสูง 1-2 เมตรส่วนช่วงวันที่ 14 – 17 เม.ย. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมทางตะวันตก มีความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 22-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 11 – 12 และ 16 – 17 เม.ย. 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 13 – 15 เม.ย. 64 มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 24-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองกันด้วยนะคะ จันเป็นห่วง