ลูกสุดทน! แจ้งตร.รวบ “แม่บ้านใจเหี้ยม” ทำร้ายยายวัย 83 กว่า 30 ครั้ง 

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 ธันวาคม 2567

ลูกสุดทน! แจ้งตร.รวบ “แม่บ้านใจเหี้ยม” ทำร้ายยายวัย 83 กว่า 30 ครั้ง 

วานนี้ (17 ธ.ค.67) กองบัญชาการสืบนครบาล ได้วางแผนจับกุมตัว น.ส. นภสร หรือ “กระต่ายแสนกล” อายุ 49 ปี ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1234/ 2567 ลงวันที่ 11 กันยายน 2567  

กระทำความผิดฐาน ”ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย“  

จับกุมได้ที่ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 บุตรผู้เสียหายได้โพสต์ “หาพนักงานดูแลผู้สูงอายุ” ในโซเชียล เพื่อให้มาดูแลมารดาของตนซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และป่วยนอนรักษาตัวที่บ้าน (ผู้ป่วยนอนติดเตียง) และมีผู้สนใจติดต่อเข้ามา  

ต่อมาผู้ต้องหารายดังกล่าว พยายามขอเข้าทำงาน ตนจึงรับเข้าทำงาน และเริ่มงานวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา จนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ตนและภรรยาสังเกตุเห็นมารดา วัย 83 ปี มีรอยฟกช้ำตามใบหน้า และลำตัว จึงได้เฝ้าดูพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด มาโดยตลอดจนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 และเก็บรวบรวมหลักฐานผ่านกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งภายในห้องนอนมารดา จึงพบพฤติการณ์ที่สะเทือนต่อจิตใจ นำมาซึ่งความเจ็บปวดแก่สมาชิกในครอบครัวและต้วมารดาที่ป่วยฯ 

โดยพบว่า น.ส.นภสร ได้กระทำการทุบตีมารดาของตนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ตั้งแต่รับเข้าทำงาน จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ตนจึงได้พูดคุยสอบถาม กับ ผู้ต้องหา ถึงสาเหตุในการกระทำ โดยเบื้องต้นให้การยอมรับกับตน และครอบครัว ว่าเป็นผู้กระทำตามภาพที่ปรากฎในวงจรปิด จากนั้นไม่ได้สำนึกในการเข้ามาขอโทษ อีกทั้งมีพฤติการณ์แสดงท้าทายไม่กลัวเกรงต่อผู้เสียหายและครอบครัว 

ผู้เสียหายยังได้ตรวจสอบในกลุ่ม “นายจ้าง หาคนดูแลผู้สูงอายุ” พบผู้เสียหายคนอื่นให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้จำนวนมาก  ตนจึงเข้าแจ้งความในวันที ่12 กรกฎาคม 2567 และเข้าไปร้องทุกข์ยังเพจ “สายไหมต้องรอด”  เพื่อให้การช่วยเหลือและรับเป็นคำร้องทุกข์ที่เป็นภัยอันตรายต่อสังคม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่หวังเพียงได้รับการดูแลมารดาอย่างมีจรรยาบรรณ จึงให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแต่ให้การยอมรับ ว่าบุคคลดังกล่าวในภาพและชื่อสกุล เป็นตนเองตามหน้าหมายจับ แต่ปฏิเสธการทำร้ายร่างกาย และ ยังให้การว่า ตนไม่ทราบเลยว่ามีหมายเรียก และหมายจับส่งไปยังบ้าน เพราะตนไม่เคยกลับเข้าไปบ้านอีกเลย นับตั้งแต่ ทำงานรับดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน  
 
ผู้ต้องหายังให้การเพิ่มว่า ปกติตนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาศัยว่านายจ้าง ว่าจ้างให้ไปที่ไหน ตนก็จะขอดูแลกับเคสที่มีที่พักอาศัย ทำให้ไม่ทราบข้อมูลว่าตนมีคดีติดตัว ผู้ต้องหาให้การว่า ตนไม่เคยมีพฤติการณ์ทุบตี ทำร้ายใคร ตนรักผู้สูงอายุ และรักเด็ก เป็นคนธรรมะเข้าวัดฟังธรรมมาโดยตลอดแต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อแต่อย่างใด เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และผู้เสียหายร้องทุกข์ 

ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกบางราย ที่ถูกผู้ต้องหารายดังกล่าวนี้ ก่อเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังมีข้อมูลยืนยันจากใบแจ้งความฯ และได้ลงบันทึกประจำวัน การทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ฯ อันก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกาย และจิตใจแก่ญาติ และผู้สูงอายุตามบ้านที่ผู้ต้องหาเข้าไปดูแลอีกหลายคำร้องทุกข์ฯ จากนั้นจึงได้ทำบันทึกการจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ฝากเตือนประชาชน การหาคนดูแลผู้สูงอายุจึงควรมีปัจจัยหลายข้อด้วยกันเพื่อคำนึงถึงก่อนเลือกใช้บริการหาคนดูแลผู้สูงอายุ ความน่าเชื่อถือและมาตรฐาน ไม่ควรคำถึงเรื่องราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่การหาคนดูแลผู้สูงอายุจะต้องมีพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ หรือบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง มีคุณภาพและมาตรฐานในการดูแลผู้สูงอายุ บริการต่างๆ ที่ครบครัน โดยไม่เพียงแค่ดูแลเรื่องสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ต้องดูแลรักษาสุขภาพใจได้ด้วยและต้องถูกต้องตามกฎหมาย และควรติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง