โหดรับเช้าปีใหม่! ปั่นจักรยานยังไม่ทันครบรอบ เจอเพื่อนบ้านแทงดับคาหมู่บ้าน

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

2 มกราคม 2569

โหดรับเช้าปีใหม่! ปั่นจักรยานยังไม่ทันครบรอบ เจอเพื่อนบ้านแทงดับคาหมู่บ้าน

เช้าวันแรกของปี 2569 กลายเป็นเช้าที่โหดเหี้ยมเกินรับไหว…

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 69 ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้มีดแทงชาวบ้านเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านพื้นที่ ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมชุดสืบสวน รุดตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุภายใน หมู่บ้านขอนไม้ หมู่ 7 พบศพชาย 1 ราย นอนจมกองเลือดอยู่กลางถนนในหมู่บ้าน ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.อำนาจ อายุ 52 ปี
สภาพศพสุดสลด ถูกแทงด้วยอาวุธมีด มากกว่า 18 แผลทั่วร่าง และยังถูก ปาดคอซ้ำ
ใกล้กันพบ จักรยานสามล้อ ล้มตะแคง เป็นคันที่ผู้ตายใช้ปั่นออกกำลังกายในช่วงเช้า

ทันทีที่ภรรยาผู้ตายเดินออกมาพบศพสามี ถึงกับทรุดร้องไห้ปล่อยโฮกลางที่เกิดเหตุ
ขณะที่ลูกชาย ซึ่งรับราชการทหารอยู่ที่ บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว รีบเดินทางกลับบ้านทันที หลังทราบข่าวร้าย

ผู้ก่อเหตุ หนีทันที กล้องจับชัด

ผู้ก่อเหตุคือ นายภานุวัฒน์ หรือ “นก” อายุ 39 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ บ้านตรงข้ามกับผู้ตาย
หลังลงมือ ได้วิ่งหนีออกจากหมู่บ้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ Honda Wave 125 สีน้ำเงิน–ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป

ตำรวจเผยว่า กล้องวงจรปิดในหมู่บ้านจับภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจนตลอดช่วงก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว

พยานเล่านาทีสยอง “ที่นี่ถิ่นกู!”

น.ส.อรพรรณ อายุ 58 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า
ผู้ก่อเหตุเป็นคนมีปัญหากับคนในหมู่บ้านแทบทุกหลัง รวมถึงกับผู้เสียชีวิตด้วย เคยถูกจับหลายครั้งแต่ก็ถูกปล่อยตัวออกมา

เช้าวันเกิดเหตุ ทั้งสอง ไม่ได้มีปากเสียงกันมาก่อน
ผู้ตายเห็นผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาพร้อมมีด จึงพยายาม ไถจักรยานถอยหนีด้วยความกลัว แต่ไม่ทัน ถูกจ้วงแทงอย่างไม่ยั้ง

ระหว่างลงมือ ผู้ก่อเหตุยังตะโกนกร้าวว่า

“ที่นี่ถิ่นกู!”

ผู้ตายยังไม่เสียชีวิตทันที ได้ร้องขอความช่วยเหลือ
แม่ของผู้ก่อเหตุได้ยินเสียง วิ่งออกมาดูและร้องลั่น ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหนีไป

พี่สาวผู้ก่อเหตุรับ น้องชายเกรี้ยวกราด เสพยา เข้าออกคุก

พี่สาวของนาย “นก” ให้ข้อมูลว่า
น้องชายเป็นคนอารมณ์ร้อน เกรี้ยวกราด ไม่ยอมใคร แม้แต่กับคนในครอบครัว
ที่ผ่านมา เข้าออกเรือนจำหลายครั้ง ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่ถึงปี

ทุกครั้งที่เรียกตำรวจมาจับ ก็มักถูกปล่อยกลับ
ยอมรับว่าน้องชาย มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด

เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่าน้องไม่อยู่บ้าน คาดว่าออกไปดื่มกิน ก่อนกลับมาเช้ามืด
ตนเองตกใจ และไม่คิดว่าน้องจะก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตคนอื่น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ กวดขันปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง