สาวร้อง ปวีณา ถูกเทรนเนอร์ ทำร้ายเกือบตาย !

ไนซ์ อีจัน

ไนซ์ อีจัน

5 สิงหาคม 2568

สาวร้อง ปวีณา ถูกเทรนเนอร์ ทำร้ายเกือบตาย !

วันนี้ (5 ส.ค.68) น.ส.เดียร์ (นามสมมุติ) สาววัย 27 ปี หนีตายเรียกรถแท็กซี่ช่วยพาส่งที่ มูลนิธิปวีณาฯ หลังถูกแฟนหนุ่ม ที่เป็นเทรนเนอร์มวยค่ายดัง ซ้อมทารุณ ทำร้ายร่างกาย ตบตี จนเบ้าตาทั้งสองข้างบวมช้ำตาปิด กระดูกเบ้าตาซ้ายล่างหัก มองเห็นภาพซ้อน แถมเธอยังถูกกักขัง 3-4 วัน จนร่างกายสะบักสะบอม

น.ส.เดียร์ เธอเล่าว่า เธอทำงานที่ร้านเบอร์เกอร์ใน อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ช่วงเดือนมกราคม 68 เธอสนใจอยากจะเรียนชกมวย เนื่องจากมีค่ายมวยดังเปิดสอนอยู่ตรงข้ามห้องพัก จึงเข้าไปติดต่อสอบถาม และได้พบกับนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นเทนเนอร์มวยหรือครูสอนมวยรับสอน จากนั้นจึงได้เริ่มเข้าไปเรียนในช่วยเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเรียนได้ประมาณ 5-6 ครั้ง เริ่มสนิทกันและเริ่มคบหากันเป็นแฟน

ระหว่างที่คบกันระยะหนึ่ง นายเอ ได้เล่าให้เธอฟังว่า นายเอ มีคดีทำร้ายร่างกาย ที่จะต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติทุกเดือน แต่ไม่ได้บอกว่าทำร้ายใครและนายเอ ยังพูดให้เธอฟังอีกว่า “มีแบ็คคอยช่วยเหลืออยู่และไม่มีใครมาทำอะไรนายเอได้หรอก”  หลังจากตัดสินใจคบหาอยู่กินด้วยกันราวๆ 3 เดือน นายเอ บอกกับเธอว่า จะลาออกจากค่ายมวยดังกล่าวและกลับไปดูแลป้าล้มป่วยที่บ้าน จ.นนทบุรี จึงชักชวนตนมาอยู่ด้วย จากนั้นเดือนพฤษภาคม 68 จึงได้ย้ายมาอยู่บ้านนายเอที่ จ.นนทบุรี

ประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากที่มาอยู่บ้านนายเอ

นายเอก็เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหใส่เธออยู่บ่อยครั้ง พูดถึงเรื่องอดีตที่เธอเคยเล่าให้ฟัง รื้อแชทข้อความเก่าๆในโทรศัพท์มาเป็นประเด็น คิดว่าทุกคนที่เธอคุยด้วย จะต้องไปมีความสัมพันธ์ด้วย พออธิบายก็ไม่เชื่อและทำร้ายทุบตีมาตลอด

จนกระทั่งวันที่ 13 กรกฎาคม 68 นายเอ มีอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิด และถามแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆบังคับให้ตอบว่าใช่ เมื่อบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง นายเอ กลับไม่พอใจ และลงมือซ้อมทารุณทำร้ายร่างกายโดยการตบตีที่ใบหน้า เตะ ต่อย ตามร่างกาย แขนขา บังคับให้เธอรับสารภาพ

เช้าวันที่ 14 กรกฎาคม 68 เธอจึงตัดสินใจหนีกลับไปบ้านที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวน้อย ส่งตัวตรวจร่างกาย แพทย์ระบุให้พักรักษาตัวเป็นเวลา 21 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 68 ถึงวันที่ 5 ส.ค. 68) รักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ประมาณ 12 วัน  จึงได้ติดต่อพูดคุยกับนายเอ โดยนายเอขอโอกาสและขอให้เธอกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม และรับปากว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก เธอจึงยอมกลับมาอยู่กับนายเออีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68  และมีเพื่อนของแฟนเก่าของหนุ่มเทรนเนอร์มวยทักแชทมาเตือนตนว่าแฟนหนุ่มเทรนเนอร์มวย เคยทำร้ายร่างกายแฟนเก่าจนเข้า ICU ให้เธอหนีออกมา 

หลังกลับไปอยู่กับ นายเอ ได้เพียง 2 วัน นายเอ มีพฤติกรรมเหมือนเดิมถามซ้ำๆ มีความคิดเดิมๆเหมือนที่ผ่านมา และลงมือซ้อมทารุณทำร้ายร่างกายตน ตั้งแต่เย็นวันที่ 30 ก.ค. 68 มาโดยตลอดต่อเนื่อง เมื่อไหร่ที่นายเอนึกได้ก็จะปลุกตนขึ้นมาถาม หากตอบไม่เป็นที่พอใจของนายเอ ก็จะซ้อมทารุณทำร้ายร่างกายตน โดยการตบตีที่ใบหน้าเบ้าตาทั้งสองข้างจนเขียวซ้ำ ปากแตกมีแผล บีบคอ ชกคอชกหน้าอก ใช้เท้าเตะหลังและลำตัว เตะขาแขนจนฟกซ้ำระบมไปทั่วใบหน้าและลำตัว กักขังไม่ให้ออกไปไหนเป็นเวลา 3 คืน 4 วัน

กระทั่งเช้าวันที่ 2 ส.ค.68 เธอถูกนายเอซ้อมทารุณทำร้ายร่างกายอีก หลังจากที่นายเอ ออกไปทำงานที่ค่ายมวยย่านลาดพร้าว เธอจึงตัดสินใจหาทางหนีออกจากบ้าน เรียกรถแท็กซี่ให้รีบพา ออกไป และขอให้แท็กซีพลเมืองดี ช่วยพาส่งมูลนิธิปวีณาฯช่วยดำเนินคดีกับนายเอให้ถึงที่สุด และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยคุ้มครองความปลอดภัยด้วย

หลังจากที่ มูลนิธิปวีณาฯ รับเรื่องแล้ว ได้ประสาน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 และพ.ต.อ. อภิศักดิ์ โชติกเสถียร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เข้าช่วยเหลือทันที โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯพา น.ส.เดียร์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ส่งตัวตรวจร่างกาย พบกระดูกเบ้าตาซ้ายล่างหัก ปากแตกเป็นแผล ฟันโยก ทานข้าวไม่ได้ บอบซ้ำไปทั้งตัว

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เผยว่า คดีนี้ ถือว่าผู้กระทำความผิด ได้กระทำความผิดซ้ำซาก ทั้งยังมีคดีที่อยู่ในระหว่างคุมความประพฤติ ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย และขณะนี้ น.ส.เดียร์ ผู้เสียหายจะอยู่ในการดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ จนกว่าจะได้ดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยมูลนิธิปวีณาจะประสานกระทรวงยุติธรรมพา น.ส.เดียร์ (นามสมมุติ) เข้ายื่นขอรับเงินเยียวยา และประสาน พม. ให้ฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยมูลนิธิปวีณาฯจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป