แบงค์ CLASH ย้อนวันวาน ร่วมงาน “อ.สกล” เผยประโยคติดหู “แบงค์.. มึงไปวอร์ม”
บวรวัฒน์ อีจัน
8 พฤศจิกายน 2568

เรียกได้ว่าวินาทีนี้.. ไม่มีใครไม่รู้จัก “หมอนทองวิทยา” นักฟุตบอลขาสั้นแห่งบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ม้ามืดแห่งฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ที่ล้มยักษ์ใหญ่หลายโรงเรียน กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียน อีกทั้งพร้อมสตอรี่ “รถขนฝัน” สองแถวธรรมดา ที่ขนความฝันเข้ามาเมืองกรุงฯ ด้วยโชเฟอร์มือฉมังแห่งลูกหนังขาสั้น “อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ” ผู้ปลุกปั้นดาวเตะแถวหน้าของเมืองไทย มานักต่อนัก แถมหนึ่งผู้ที่เคยร่วมงานคือ ศิลปินคนดังอย่าง “แบงค์ วงแคลช” ที่ออกมาเล่าความทรงจำจากที่เคยเป็นลูกศิษย์คนโปรด

(7 พ.ย. 68) “แบงค์” ปรีติ บารมีอนันต์ หรือ “แบงค์ CLASH” โพสต์เฟซบุ๊กย้อนเล่าชีวิตในวัยเด็ก สมัยเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ลูกศิษย์ของ “อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ” ครูผู้ปลุกปั้นนักฟุตบอลขาสั้นมาหลายรุ่น
เจ้าตัวเล่าความทรงจำที่ยังไม่ลืม ถึงวันที่ได้โอกาสลงสนาม ในรอบชิงกรมพละ พร้อมภาพ ครูคนเดิมที่เคยขับรถพาเด็ก ๆ ไปแข่งด้วยตัวเอง และคำพูดสั้น ๆ ที่ยังติดหูจนถึงวันนี้ “แบงค์.. มึงไปวอร์ม”

โพสต์ระบุว่า
ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรูป อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ผมคุ้นชินอยู่เต็มหน้าเพจไปหมด…มาครับผมจะเล่าให้ฟัง
ตอนผมอายุ 12 ปี ผมมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสอบเข้า รร.ราชวินิตบางแก้วให้ได้ในโควต้านักฟุตบอล ซึ่งผมเข้าร่วมทดสอบทั้งฝีเท้า ร่างกาย และรวมถึงเข้าสอบวิชาการแบบคนอื่นๆ ผมยังจำวันประกาศผลสอบได้ว่าคุณแม่ผมดีใจมากที่สอบวิชาการติด แต่ผมไม่ได้ยินดีอะไรมากนัก เพราะผมสอบโควต้านักฟุตบอล “ไม่ติด”
แต่ผมยังไม่หมดหวัง ตอนมัธยมหนึ่งระหว่างที่เรียนไปในปีนั้นผมพยามคุยกับอาจารย์หลายๆท่านเพื่อขอเข้าร่วมทีมเผื่อจะมีโควต้าเหลือ เอาตรงๆคือขอให้ผมเป็นตัวแถมก็ได้ สรุปผมก็ได้เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนจนได้
ด้วยอายุ…จริงๆผมควรจะต้องอยู่ในทีมรุ่นอายุ 12 ปี แต่ด้วยส่วนสูง 172 cm ของผมในตอนนั้น ทำให้ผมต้องขึ้นไปอยู่ในรุ่นอายุ 14 ปีแทน และนั่นทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าแทบจะไม่มีโอกาสเล่นตัวจริงได้เลย แม้จะดูเก่งอยู่บ้างในฟุตบอลพลาสติกสนามเล็ก แต่มันคนละเรื่องกับฟุตบอลสนามใหญ่ที่มีรุ่นพี่มากประสบการณ์ ร่างกายแข็งแรง กล้ามขากล้ามเนื้อน่องเต่งๆเป็นมัด รุ่นพี่หลายคนผ่านแชมป์กทม. และเเชมป์กรมพละมาแล้วทั้งสิ้น
ผมยังจำวันที่ได้รองแชมป์กรมพละปี 2538 (ตามภาพ) ที่ทีมราชวินิตบางแก้วพ่ายเทพศิรินทร์ไป 0-2 ภาพจำเต็มไปหมด เราเห็นรถบัสของนักฟุตบอลโรงเรียนต่างๆ เช่นอัสสัมศรีราชาที่เป็นรถโค้ชคันใหญ่ติดแอร์ รถของเทพศิรินทร์ก็สวยงาม เราได้แต่คิดในใจว่า “รร.เหล่านี้รวยจัง เท่ว่ะ”
ตัดภาพมาเรามีรถกระบะ 1 คัน และพวกเราอยู่ในรถตู้ Isuzu Buddy คันเก่าๆที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะทั้งหมดออกและใส่เบาะยาว 2 ข้างเหมือนรถสองแถว ผมนั่งบนพื้นตรงกลางกับกระติกน้ำ ในฐานะตัวสำรองและน้องคนเล็กเลยโดนแกล้งตลอดทางทั้งขาไปและขากลับเป็นเรื่องธรรมดาเฮฮากันไป….ไม่ต้องเดาครับ อาจารย์สกลนี่เเหละที่เป็นคนขับพาเด็กๆไปแข่งด้วยตัวเอง
สรุปในวันนั้นผมได้ลงเล่นใน 10 นาทีสุดท้าย ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ(ถ้าผมจำไม่ผิด) คำว่า “แบงค์..มึงไปวอร์ม” ยังติดหูผมอยู่จนถึงวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกใสนามจริงและเป็นในรอบชิงถ้วยใหญ่ที่สุดของฟุตบอลนักเรียนอีกต่างหาก ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสครับ ![]()
ผมอยู่ในทีมโรงเรียนจนถึงมัธยมสาม หลังจากนั้น อิทธิพลของดนตรีก็เข้าสิงร่างผมอย่างเต็มตัวเลยต้องขอออกจากทีมไป…ทิ้งไว้ด้วยความทรงจำดีๆที่โหด มัน ฮา ในทีมฟุตบอลราชวินิตบางแก้ว
ที่บอกว่าผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นอาจารย์สกลตามหน้าเพจมากมายในวันนี้ก็เพราะว่าอาจารย์สกลผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำทีมคว้าถ้วยรางวัลมานักต่อนัก หลายต่อหลายโรงเรียน แม้ผมจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจของอาจารย์ในวันนั้น แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนอาจารย์สกลคือผมไม่ยอมแพ้และไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก ล้ม 8 ครั้ง ลุก 9 ครั้งแล้วจะมีวันของเราสักวัน….ขอบคุณอาจารย์สกลครับ ![]()
ขอให้น้องๆทั้ง 2 ทีมโชคดีในนัดชิงฟุตบอล 7 สีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ครับ
“จารย์ครับ…ผมอยากเห็นอาจารย์คุมสโมสร”

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Bank Preeti