หญิงต่อสู้มะเร็ง 9 ปี ร้องไห้ขอยาให้ ‘ตาย’ หมอตอบกลับด้วยคำพูดเปลี่ยนชีวิต

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

16 ธันวาคม 2567

หญิงต่อสู้มะเร็ง 9 ปี ร้องไห้ขอยาให้ ‘ตาย’ หมอตอบกลับด้วยคำพูดเปลี่ยนชีวิต

เรื่องราวสะเทือนใจของ “พี่กันยา” (นามสมมติ) หญิงวัย 50 ปี

เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต้องแบกภาระชีวิตอันหนักหน่วงมานานเกือบ 10 ปี ถึงขั้นเอ่ยปากกับหมอว่า
“มียาฉีดให้พี่ตายไหมคะ”

ขอบคุณภาพ : หมอคนสุดท้าย

เรื่องนี้ได้ถูกเล่าผ่านคุณหมอ เพจเฟซบุ๊ก หมอคนสุดท้าย ค่ะ ซึ่งเป็นคุณหมอที่รักษาพี่กันยา คุณหมอเล่าว่า

“9 ปี แล้วค่ะที่พี่ รักษามา” พี่กันยาเล่าว่าเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งมาหลายปี ผ่านการผ่าตัดและยาเคมีบำบัดมานับครั้งไม่ถ้วนรอยแผลเป็นที่อยู่หน้าท้อง รอยมีดกรีดเป็นแนวยาวใต้ชายโครงขวาโค้งเหนือต่อสะดือขึ้นไปถึงใต้ลิ้นปี่ รอยแผลเดิมถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา…
ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลเพียงคนเดียวกว่า 30 กิโลเมตร ตื่นตั้งแต่ตี 4 ทุกครั้งที่มาหาหมอ เธออาศัยรถประจำทางและรถสองแถวเพื่อมาถึงโรงพยาบาล โดยมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับครอบครัวที่แทบไม่มีรายได้ หลังป่วย เธอต้องลาออกจากงาน ปล่อยให้สามีทำงานรับจ้างเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ส่วนลูกชายวัยมัธยมก็ยังต้องเรียน ทุกครั้งที่มาหาหมอ เธอต้องยืมเงินจากคนรอบข้างจนรู้สึกผิดที่กลายเป็นภาระครอบครัว เธอคิดว่า “ถ้าตัวเองตายไป ทุกคนอาจจะสบายขึ้น” แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นลูกชายเติบโต

พี่กันยา: “หมอมียาที่ฉีดให้พี่ตายหรือหลับไปเลยได้ไหม”
หมอตกใจกับสิ่งที่พี่กันยาพูดออกมาน้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้มสองข้าง เธอเอามือปิดหน้า ก้มลงพร้อมเสียงร้องไห้โฮออกมา คุณหมอเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของพี่กันยา

พี่กันยา: “พี่อยากตาย มียาฉีดให้พี่ตายไปเลยได้ไหม” เธอย้ำอีกครั้ง
ใช่ค่ะ…พี่กันยากำลังร้องขอ “การุณยฆาต” จากหมอ

หมอถาม: เกิดอะไรขึ้นกับพี่กันยาครับ?
“ตั้งแต่พี่ป่วยพี่ไม่ได้ทำงาน”
“แฟนทำงานรับจ้างอยู่คนเดียว เงินก็ไม่พอใช้”
“ลูกก็ยังเรียนอยู่”
“พี่ไม่อยากเป็นภาระให้แฟน ไม่อยากให้ลูกลำบาก”
“ไม่อยากรักษามะเร็งต่อแล้ว ไม่อยากมาแล้ว”
“มาทุกครั้ง ไหนจะค่ารถ ค่ากิน ค่าอยู่ บางทีก็ยืมเงินเขามา”
“ถ้าพี่ตายไป ทุกคนในครอบครัวจะได้ไม่ต้องมาลำบากเพราะพี่ เงินที่เอามารักษาจะได้เอาไปให้ลูกเรียนหนังสือ”
“พี่ปวดมากๆ เลยอยู่แบบนี้มันทรมาน”

9 ปี ที่เธออดทนสู้กับโรคร้าย
9 ปี ที่เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิตเพื่อลูกและคนในครอบครัว
9 ปี ที่เธอมาโรงพยาบาลเพียงคนเดียว
9 ปี ที่เธอแบกรับความรู้สึกเหล่านี้ไว้โดยไม่เคยปริปากออกมา

หลังจากฟังเรื่องราว หมอหนุ่มที่ดูแลถึงกับน้ำตาซึม เขาเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตพี่กันยา
“พี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะครับ พี่ยังมีผมและทีมช่วยพี่”
ทีมแพทย์จัดการวางแผนดูแลทั้งการบรรเทาอาการปวด และประสานมูลนิธิช่วยเหลือค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้พี่กันยาไม่ต้องแบกรับปัญหาหนักเหมือนเดิม
จากแม่ที่สิ้นหวัง กลับมีรอยยิ้มอีกครั้ง พี่กันยากล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “พี่โชคดีที่ได้เจอหมอคนนี้”
เรื่องราวของพี่กันยาเป็นเสียงสะท้อนถึงผู้ป่วยอีกมากมายที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ ทั้งจากโรคร้าย ความยากจน และความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุข แต่สิ่งที่หมอและทีมทำให้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ดูแลอาการ แต่ยัง “ดูแลหัวใจ”
“ถ้าเรามีระบบที่ดี ไม่ใช่แค่โชคดีของบางคน แต่ทุกคนต้องมีสิทธิ ‘ตายดี’ อย่างเท่าเทียม”
นี่คือความปรารถนาจากใจหมอที่อยากให้ประเทศไทยมีการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เข้าถึงง่ายและยุติธรรม

อีจัน ขอส่งกำลังใจให้พี่กันยา อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ อีจันขอกราบหัวใจคุณหมอ คุณพยาบาล จริงๆที่มีจิตเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์นะคะ