น้อมรำลึก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
แพทตี้ อีจัน
10 ตุลาคม 2568

ทุกเดือนตุลาคม คนไทยทั้งแผ่นดินจะร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนาประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
พระนาม “ภูมิพล” ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาล 7 ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
พระนามเต็มของพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ประสูติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาล Mount Auburn เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช (กรมหลวงสงขลานครินทร์) และหม่อมสังวาลย์ (ภายหลังคือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)
พระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระเชษฐพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท มหิดลหรือในหลวง รัชกาลที่ 8
การศึกษา
– พระองค์ทรงเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา และต่อมาเสด็จไปศึกษาต่อ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยทรงศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ในระดับประถม
– ในปี พ.ศ. 2478 ทรงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเอกชน CEDE Nouvelle de la Sues Romance Chilly ซึ่งเปิดรับนักเรียนนานาชาติเมื่อถึงระดับอุดมศึกษา ทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเมืองโลซานน์ และภายหลังได้เปลี่ยนเป็นวิชานิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์หลังเสด็จขึ้นครองราชย์
ทรงประสบอุบัติเหตุ
วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 ขณะทรงขับรถยนต์จากเจนีวาไปโลซาน พระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกับรถบรรทุกอย่างแรง เศษกระจกกระเด็นเข้าพระเนตรขวา ทำให้พระองค์มีพระอาการสาหัส และไม่สามารถใช้พระเนตรขวาได้อีกต่อไปแพทย์ถวายคำแนะนำให้ทรงใช้ พระเนตรเทียมแทนในช่วงพระอาการประชวร หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าเฝ้าเยี่ยมอย่างใกล้ชิดเป็นประจำ เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันและความรักอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองพระองค์

การขึ้นครองราชย์และพิธีราชาภิเษก
วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะที่พระองค์มีพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรษา ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ของไทย เนื่องจากพระองค์ยังทรงเยาว์ รัฐบาลได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในช่วงแรก
ในปี พ.ศ. 2493 พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง และในวันเดียวกันนั้นพระองค์ยังทรงสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ในพิธีดังกล่าว พระองค์ทรงประกาศปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” ซึ่งกลายเป็นคำมั่นสัญญาที่พระองค์ทรงรักษามาตลอดรัชสมัย
ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

วัดประจำรัชกาลที่ 9
วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 กาญจนาภิเษก 19 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระองค์ทรงริเริ่มและดำเนินโครงการพระราชดำริมากกว่า 4,500 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างครอบคลุมในหลากหลายด้าน เช่น
– โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ต้นแบบโครงการพัฒนาเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อทดสอบแนวคิดและขยายผล เช่น โรงโคนมสวนจิตรลดา, น้ำผึ้งสวนจิตรลดา ฯลฯ
– ฝนหลวง : การทดลองฝนเทียมเพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง
– กังหันน้ำชัยพัฒนา : พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ
– โครงการบำบัดน้ำเสียและเติมออกซิเจนในน้ำเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
– โครงการแกล้งดิน แนวทางปรับปรุงดินเปรี้ยวให้สามารถเพาะปลูกได้ ด้วยการขังน้ำไว้จนดินเกิดปฏิกิริยาเปรี้ยวจัด แล้วระบายน้ำออก และปรับสภาพดินด้วยปูนขาว
– โครงการปลูกหญ้าแฝก ทรงส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน โดยมีหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 50 แห่งร่วมดำเนินการ
– โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน จัดตั้งทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารโดยไม่คิดมูลค่า พร้อมฝึกอบรมหมอหมู่บ้านให้ดูแลสุขภาพในชุมชน
– ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” ด้วยพระราชกรณียกิจที่สนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและผลผลิตสูง
สืบสานพระราชปณิธานพ่อของแผ่นดิน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมิได้เป็นเพียงกษัตริย์ผู้ปกครองแต่พระองค์ทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” ผู้ที่ประชาชนรักและเคารพด้วยพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงทุ่มเทตลอดรัชสมัย ทำให้พระองค์ยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคนตราบจนทุกวันนี้

การเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2557 ตามที่ สำนักพระราชวัง ได้แถลงให้ทราบ เป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ
ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15.52 น. เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองพระราชสมบัติได้ 70 ปี
แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่พระราชปณิธานและแบบอย่างแห่ง “การครองแผ่นดินโดยธรรม” จะยังคงส่องทางให้คนไทยตราบนานเท่านาน
อ้างอิงที่มา : https://www1.ago.go.th/rg5/ninth-king-album/?utm_source=chatgpt.com
https://www.lawreform.go.th/uploads/files/1496471376-ffbqv-ag3e3.pdf?utm_source=chatgpt.com