“ไอซ์” ฟาด “อุ๊งอิ๊ง” ไร้วุฒิภาวะสิ้นดี ปะทะฝีปากนักข่าว

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

4 มิถุนายน 2568

“ไอซ์” ฟาด “อุ๊งอิ๊ง” ไร้วุฒิภาวะสิ้นดี ปะทะฝีปากนักข่าว

จากกรณี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมตอบประเด็นสถานการณ์ชายแดนช่องบก จ.อุบลราชธานี ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯ ประเด็นแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทางกองทัพกัมพูชาได้รุกล้ำพื้นที่เข้ามาในแผ่นดินไทยกว่า 200 เมตร ก่อนที่นายกฯ จะตอบว่า ใช่ พร้อมย้อนถามนักข่าวคนดังกล่าว ด้วยปฏิกิริยาขำขัน และมีอารมณ์คุกรุ่น ว่า “มีอะไรหรือไม่ เขาโกรธอะไรหรือไม่ หน้านักข่าวดูเหวี่ยงมาก” จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสาธารณะ

ล่าสุด ในวันเดียวกัน (4 มิ.ย. 68) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความตำหนิกิริยาของนายกฯ ต่อสาธารณะ ซัด “เกินเยียวยา ไร้วุฒิภาวะสิ้นดี” รู้สึกอายจริง ๆ ที่มีผู้นำประเทศแบบนี้ โพสต์ระบุว่า

กิริยาที่แพทองธารแสดงต่อสาธารณะวันนี้ ต้องบอกว่าเกินเยียวยาจริง ๆ ไร้วุฒิภาวะสิ้นดี 

แพทองธารควรจะสำนึกไว้ว่า ถ้าตัวเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นิสัยแบบนี้ มารยาทต่อผู้อื่นเช่นนี้ ไม่มีใครเค้าอยากพูดคุยหรืออยากถามอะไรด้วยหรอก (ยกเว้นแต่คนที่อยากจะมาเลียแข้งเลียขา) แต่เพราะคุณอยู่ในตำแหน่งอันสำคัญยิ่ง และการตัดสินใจของคุณส่งผลต่อทุกชีวิตในประเทศ  

ดังนั้นนักข่าวทุกคนที่อยู่ตรงนั้น มาทำงาน มาทำหน้าที่ของตัวเองและทำอย่างมืออาชีพ ถามในสิ่งที่คนทั้งประเทศสงสัย นายกก็ควรจะทำสิ่งเดียวกันคือ แสดงความเป็นมืออาชีพในงานของตัวเอง  

การกระทำวันนี้ ถ้าหากแพทองธารเป็นเพียงหัวหน้าพรรคการเมือง หรือ เป็นแค่นักการเมืองคนนึง ดิฉันก็คงสนับสนุนให้ทำพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป เป็นตัวของตัวเองให้สุด อย่าเลิก อย่าลด อย่าเป็นคนที่ดีขึ้น ประชาชนจะได้รู้ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอายังไงกับคนแบบนี้ 

แต่นี่ แพทองธาร อยู่ในฐานะรัฐมนตรีของประเทศไทย ดิฉันต้องบอกว่า อาย จริงๆที่มีคนแบบนี้เป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกที่ขาดทั้งความรู้ความสามารถ ในการทำงาน ทั้งยังแสดงออกอย่างไร้วุฒิภาวะนับครั้งไม่ถ้วน ขาดแม้กระทั่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์อย่างทักษะในการเรียนรู้ เพราะเป็นนายกมาสักพักแล้ว แต่เหมือนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแพทองธารไม่ได้พัฒนาทักษะอะไรเพิ่มขึ้นเลย ทั้งความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารประเทศก็ไม่มี วุฒิภาวะในการแสดงออกในที่สาธารณะก็ไม่พัฒนา  

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอเตือนพ่อแม่ทั้งประเทศ นี่คือตัวอย่างที่ดีมากๆของการเลี้ยงลูกแบบพ่อแม่รังแกฉัน ประเคนให้ทุกอย่าง ชีวิตไม่เคยต้องพบเจอความลำบาก รายล้อมด้วยคนที่จ้องแต่จะประจบประแจง ทำผิดอะไรคนใกล้ตัวไม่มีใครกล้าเตือนเพราะเป็นลูกนาย ทำตัวน่ารังเกียจแค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา เชื่อได้เลยว่าพฤติกรรมวันนี้ก็ยังต้องมีคนอวย เฟียสมากค่ะ สุดเริ่ด สุดปัง ฟาดมากแม่ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นแบบนี้ ท่านควรปรับเปลี่ยนวิธีการเสี้ยมสอนลูกตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ลูกของท่านจะมีนิสัยที่เกินเยียวยา ดังเช่นนายกรัฐมนตรี 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork