จับตา 29-30 ก.ย. “นายกฯ หนู” แถลงนโยบาลรัฐ 4 เดือน
บวรวัฒน์ อีจัน
23 กันยายน 2568

จากกรณี (22 ก.ย. 68) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยถึงวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการกำหนดของรัฐบาล หลังจากวันที่ 24 ก.ย. รัฐบาลจะเข้าถวายสัตย์ฯ และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ก่อนจะแจ้งมายังสภาฯ ว่าพร้อมแถลงนโยบายวันใด และเมื่อรัฐบาลแจ้งมา สภาฯ จะหารือวิป 3 ฝ่ายเพื่อกำหนดวันและชั่วโมงในการอภิปราย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นต้นสัปดาห์หน้า หรือปลายสัปดาห์ โดยจะใช้เวลาทั้ง 2 วัน (เท่ารัฐบาลเดิม) แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของวิปทั้ง 3 ฝ่ายอีกครั้ง
ในส่วนการจัดทำนโยบายที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภานั้น มีรายงานว่า ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 8 หน้า โดยจะเน้น 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจปากท้อง ความมั่นคงและชายแดน ปัญหาสังคม ภัยธรรมชาติและการเยียวยา ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจ จะเน้นการลดค่าครองชีพแก่ประชาชน (นโยบายคนละครึ่ง) การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงอาจปรับนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ เช่น โซลาร์รูฟท็อป เป็นโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อให้เข้ากับการทำงานของอายุรัฐบาล 4 เดือน
ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ (24 ก.ย. 68) จะเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันที โดยจะหารือหลายหน่วยงาน ทั้งกฤษฎีกาและกระทรวงการต่างประเทศ ว่าสถานะของรัฐบาลในการไปประชุมสมัชชาใหญ่ UN จะสามารถไปได้หรือไม่ หากไปได้ก็จะสามารถไปพบปะหารือ หรือร่วมทวิภาคี โดยมีความชัดเจนตรงนั้น

ล่าสุด (23 ก.ย. 68) เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสต์ข้อความระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล ตัดสินใจไม่เดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) แล้ว เหตุพิจารณาจากเวลา หวั่นไม่ทันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พร้อมเชื่อมั่น ไทยจะไม่เสียโอกาสบนเวทีโลก ระบุว่า
วันที่ 23 ก.ย.68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNGA หลังฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า สามารถเดินทางไปได้หากเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ทว่า หากพิจารณาจากเวลาแล้ว คงไม่ทันวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เบื้องต้นจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของช่วงเวลา และเรื่องของอำนาจที่มีอยู่ด้วย บางคนบอกไปได้ บางคนก็บอกว่าไปไม่ได้
คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ระบุแล้วว่าสามารถไปได้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีแนวทางของเรา อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ไปเพื่อลงนามข้อตกลงอะไร หากรัฐบาลของตนเข้ามาบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว เรามีความชัดเจนในการบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งของไทยกัมพูชาอย่างไร
การที่นายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไปด้วยตัวเองจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการเรียกความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องความเชื่อมั่นอยู่ที่การจัดการของรัฐบาล และการสนับสนุนจากประชาชน และกองทัพ ไม่ได้อยู่ที่เวทีไหน ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประชาชนให้ความสนับสนุนแนวทางต่างๆ ของรัฐบาล นี่คือความเชื่อมั่น

กฤษฎีการะบุว่าหากมีความจำเป็น เช่น เรื่องสถานการณ์ชายแดน สามารถที่จะเดินทางไปได้นั้น นายอนุทิน กล่าวถามย้อนว่า ความจำเป็นคืออะไร หรือต้องชี้แจงอะไรกับใคร ประชาคมโลกรับทราบสถานการณ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว
ถ้าหากไม่ได้ไปเข้าร่วมประชุม UNGA จะทำให้ไทยเสียโอกาสอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับแนวทางของรัฐบาล เรามีความชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาคมโลกหรือใครก็ตาม รับทราบข่าวสารกับแนวทาง และนโยบายที่กำลังจะเข้ามา ขณะนี้เราต้องการความสมบูรณ์แบบทุกรูปแบบ ดังนั้นเราต้องแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน
ประเทศไทยต้องทำเอกสารชี้แจงหรือไม่ จากกรณีที่กัมพูชาก็ร้องเรียนในเวที UN เช่นกัน นายอนุทิน กล่าวว่า กัมพูชาก็กล่าวหาเราว่าละเมิดนั่นนี่ แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถแถลงจากประเทศไทยก็ได้
ส่วนต้องมีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีการหารือว่า จะให้ไปหรือไม่ เมื่อเช้านี้มีการประชุมหลายหน่วยงาน เห็นสมควรว่าไม่ควรที่จะไปร่วมประชุม ซึ่งมีการตีความต่าง ๆ มากมาย หากไปเข้าร่วมแล้วไม่สามารถพูดได้เต็มที่ ไปพบคู่เจรจา หากถูกถามว่า มีอำนาจเต็มหรือไม่ แล้วจะพูดว่า น่าจะเต็ม ก็ทำให้เราเสียโอกาสแล้ว เราจะคุยกับใคร ก็รอให้เรียบร้อยก่อน การจะคุยกับใครก็ตาม ไม่จำเป็นต้องคุยที่ UN คู่กรณีมีเพียงไม่กี่ราย
มีความเป็นไปได้หรือไม่ ภายหลังจากแถลงนโยบายแล้ว จะแถลงจุดยืนของรัฐบาลไทยในการปกป้องอธิปไตยของไทยกัมพูชาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีความจำเป็น ก็ต้องดูว่า UN มีข้อสงสัยอะไร สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบให้ได้ สัปดาห์หน้านี้จะมีการนัดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งสำคัญกว่า หากไปแล้วเกิดเครื่องบินดีเลย์ กลับมาแถลงนโยบายไม่ได้ จะทำให้เกิดปัญหามากมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐสภาเรื่องการแถลงนโยบายวันที่ 29-30 กันยายนนี้
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
ทั้งนี้ วันที่ 24 ก.ย. 68 เวลา 18.00 น. มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก่อนที่เวลา 19.00 น. จะเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก