“นิว กัลยพัชร” ลาออก ปชน. ลั่น พรรคเปลี่ยนไป หมดศรัทธา

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

7 มกราคม 2569

“นิว กัลยพัชร” ลาออก ปชน. ลั่น พรรคเปลี่ยนไป หมดศรัทธา

อีกเพียง 1 เดือน กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งใหม่ ซึ่งหน้าสื่อได้จับจ้องไปยังพรรคการเมืองต่าง ๆ ถึงความเคลื่อนไหว ที่อาจเกิดขึ้นก่อนเข้าคูหา ล่าสุดเกิดขึ้นกับ พรรคประชาชน หนึ่งในตัวเต็งจัดตั้งรัฐบาล ที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรพรรคอีกครั้ง

(6 ม.ค. 69) หมอนิว กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล X ประกาศลาออกจาก พรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ รับ รู้สึกพรรคเปลี่ยนไป เข้าใจว่าต้องการตัวเลขมากพอ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ต้องกลืนเลือด ประนีประนอมเพื่อให้ได้มา แต่ถ้ากลัวการดูถูก ก็ไม่ควรเป็นพรรคแบบนี้ รับ หมดศรัทธาในพรรค และพรรคทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมืองใหม่ ที่ไม่ใหม่จริง

โพสต์ระบุว่า

นิวตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ

สำหรับความรู้สึกที่ขอบันทึกไว้ตรงนี้
ดิฉันพิมไว้ก่อนก่อนจะประกาศผลปาตี้ลิส วันจันทร์อังคารที่จะถึงนั้น เพื่อป้องกันคำครหา ว่า ไม่ผ่านแล้วพาล หรือถ้าผ่าน ก้ต้องโดนบอกให้นั่งทับมือเช่นเดิม
อยากจะปราศจาก conflict of interest หรือ bias ใด เพราะเราคิดเรื่องนี้สะสมมาหลายเดือน ยาวนานประมาณ6เดือน ก่อนจะยกมือให้นายกน้ำเงิน จนมาถึงวันนี้

เรารู้ว่าข้อความนีัอาจทำให้หลายคนไม่พอใจ
แต่เราเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้ แบบที่เข้าใจว่า ทั้งโหวตเต้อ สมาชิกพรรค แกนนำ และเพื่อนสส รวมทั้งผู้สมัคร ทีมงานพรรค ทีมเครือข่าย จากอนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนถึงประชาชน น่าจะพอรับฟังได้

เราไม่เคยพูดเรื่องทั้งหมดนี้กับใคร

ถ้าเราเป็นคนไม่ต่อต้านระบบ สยบยอม เราคงเรียนต่อแพทย์สี่ ใช้ทุนครบ เป็นอาจารย์ หูคอจมูก ไปแล้ว
ไม่ถ่อไปเรียน MSc dermatology อังกฤษ เพื่อให้คนมาดูถูก ว่าเปนหมอความงาม หมอชั้นสอง โง่บ้างไรบ้าง
ตั้งแต่เราเกิดมา เราไม่เคยเจอคนฉลาดที่ไหน ว่าคนอื่นโง่เลย

จริงๆทางเดินชึวิตนิวมันง่ายมากนะ เรียนผิวหนังในไทย ใช้เส้นสูงเสียดฟ้า ที่มีแต่คนหาว่าโง่ ที่มีเส้นแล้วไม่ใช้ โทรกริ๊งเดียวก็ได้เรียน

นิวเลือกที่จะไม่เรียนผิวหนังในไทย เพราะไม่ต้องการเริ่มต้นอาชีพ ด้วยการเป็นหนี้บุญคุณใคร
แค่จุดนั้น มันก็ทำให้นิวรู้สึกแล้วว่า
แล้วเราจะตั้งใจเรียน ที่ผ่านมา เพื่ออะไร
เมื่อในที่สุดแล้ว มันไม่อาจชนะ เส้นสายที่แน่นหนา ในทุกมิติของสังคมนี้ไปได้

ทำไมเราถึงสนใจพรรคอนาคตใหม่?
เพราะพรรคทำให้ignorant แบบเรา หันมาสนใจการเมืองได้ เพราะมันเจอคนที่ไม่สยบยอมกับระบบ
ผู้นำแบบธนาธร ความคิดก้าวหน้าแบบอจป๊อก เป็นสิ่งที่เรารอมานาน และดีใจที่มีพรรคนี้เกิดขึ้น
ความคิดที่ว่า คุณมีฝันแบบไหน จงเข้ามาทำให้มันเกิดขึ้น ด้วยตัวเอง

ผ่านมาถึงก้าวไกล นิวเห็นพรรคใหญ่ขึ้น มวลชนรักพรรค เราเองก็รักพรรคมากขึ้น จนอยากมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยพรรค ตั้งใจกะจะเข้าไปเป็นอาสาเฉยๆ ปรึกษาวาโย และเดินเข้าไปหาพี่ทิมเลยวันที่พี่วิโรจน์เปิดตัวผู้ว่า ว่ามีอะไรพอจะช่วยได้ไหม ในฐานะvolunteer

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ไม่เคยเสียดาย 2 ปีกว่าที่ผ่านมา กับการทำหน้าที่ในหมวกใหม่ของชีวิต ทุกแววตาที่มีความหวัง ดอกไม้ ขนม รอยยิ้ม มือที่โอบกอดพวกเรา จะอยู่ในใจคนๆนี้ ตลอดไป

แต่ตอนนี้ พรรคเปลี่ยนไป
มันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของนิว ไม่ต้องเชื่อก็ได้ หัวเราะเยาะก็ได้ แต่มันคือความรู้สึก จริงๆ จากใจ

นิวเข้าใจทุกอย่าง ว่าเราต้องการตัวเลขมากพอ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล เราต้องกลืนเลือด ประนีประนอม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ไม่งั้นจะถูกดูถูกไปตลอด ว่าไม่เคยบริหาร

ถ้ากลัวการดูถูก ก็ไม่ควรเป็นพรรคแบบนี้ อย่าลืมว่าเราชนะมวลชนมา ด้วยความเป็นตัวเราแบบนี้
การเมืองไทย เขย่า เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน
หลังจากมีพรรคส้มเกิดขึ้นมา

หากผู้พูดยังจำได้ พี่แกนนำพรรคท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สมาทานรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี คนนอก ทุกคนควรเป็น สส เท่านั้น เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประขาชนจริง

ทราบค่ะว่าครั้งนี้บริบทเปลี่ยนไป
จะบอกว่ากลัวเหตุผลทางการเมือง กลัว 44 สส โดนตัดสิทธิ์ กลัวเพื่อนคดี 112 โดนตัดสิน จึงต้องเอาทีมผู้บริหาร the professionals คนนอก ซึ่งเรื่องทีมครมคนนอกเนี่ย นิวทราบมาก่อนทราบผลปาตี้ลิส100 คน มาระยะหนึ่งแล้ว

เราเคยกลัวด้วยหรอคะ ที่ผ่านมา ?
ถ้าโตโต้ลงบางนาต่อ แล้วโดนคดี112 คนที่ผิดคือโตโต้หรอคะ ที่ต้องจัดการเรื่องเลือกตั้งซ่อม
พรรคถึงต้องย้ายเพื่อนที่มีคดี 112 เข้ามาไว้ในปาตี้ลิส เสมือนพวกเขาจะเป็นภาระ หากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น

คุณจะเอาเทคโนแครต ศ ดร อีลีทที่เก่งมาอีกกี่ร้อยคน มันก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่ง ที่ต้องออกไป กี่ร้อยด๊อคเต้อ ก็แทน ลูกเกด โตโต้ แก้วตา พี่มาร์ท เท่า ไม่ได้ สำหรับนิว

ขอชี้แจงตรงนี้ว่าเคารพอาจารยผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นครมคนนอกนะคะ แต่ …. นิวให้ความสำคัญกับคนที่ใช้เวลามากพอกับพรรค มีดีเอ็นเอพรรค เข้าใจตัวตนของพรรค มากกว่า

พรรคคิดมากเกินไปตอนเจอกระแสคุณศุภจึ คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ ซึ่งดิฉันก็ชื่นชมทุกคน โดยเฉพาะคุณศุภจี

แต่พวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้มาช่วยพรรคเราค่ะ

ทำไม โรม จะเป็นรมว ยุติธรรม ไม่ได้?
ทำไมวาโย หรือพี่มาร์ท พี่สุภัทร จะคุมกระทรวง สธ ไม่ได้?
ทำไมพี่เซีย พี่มด หรือเนม จะเปน รมว แรงงาน ไม่ได้?
ทำไมลูกเกดหรือแก้วตา จะดูแล กต ไม่ได้?
ออจวง เป็นรมว ศึกษาได้แน่นอนไร้ข้อกังขา
พี่ชายดูแลพาณิชย์
ทนายแจมดูแลพมได้
ก๊อปหรือเท่า ทำให้กระทรวงท่องเที่ยว ดีขึ้นได้
และพี่วิโรจน์ก็ย่อมดูแลกลาโหมได้
พี่เป๊กพี่ณิ กระทรวงทรัพย์ สบายมาก
เพียงแค่เราต้องอดทน เพื่อให้เวลาของเรามาถึง

สรุปการเมืองที่คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงได้ มันมีจริงไหม?
นิวรู้สึกว่าพรรค กำลังจะกลาย ไปเป็นพวกเขา
เราก้าวถอยหลังออกมาจากจุดยืน จนอยู่ในจุดที่
เราหมดศรัทธาในพรรค แค่แค่เราคนเดียวมันไม่เป็นไรและพวกคุณก็คงไม่แคร์

แต่คุณกำลังทำให้ประชาชน สิ้นหวังกับการเมืองใหม่ ที่ไม่ใหม่จริง

พรรคไม่ต้องปฏิเสธเรื่องคัดบ้านใหญ่ หรือคนมีฐานะเข้ามา
ตัดสินคนด้วย credit bureau
ดิฉันคงไม่ต้องพูดอีกคนว่ากระบวนการคัดสรรมีปัญหา
เพราะก็พูดกันมาแทบทุกครั้งเวลาประชุมสส
และมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เราต้องถอยไปถึงจุดไหน?
คุณอาจจะพูดว่าเราถอย เพื่อให้ได้เสียงจากฝ่ายอนุรักษ์ หรือ swing vote มากขึ้น เพื่อเข้าสู่อำนาจ
การเข้าสู่อำนาจนั้นดีค่ะ ใครสมัครสสแล้วไม่อยากเป็นรัฐบาลก็ไม่น่าจะมี
แต่ถ้าเรา great grand compromise ไปเรื่อยๆเช่นนี้
Then whats the point of winning in the first place?

เพราะเราสูญเสียตัวตน แนวร่วมอุดมการณ์ไปตลอดทาง คนแล้วคนเล่า เพื่อเข้าสู่อำนาจจอมปลอมนี้ ที่ทุกคนก็ทราบ ว่าถ้าหากเราเล่นตามกติกาของอำนาจเก่า คุณจะเอามืออาชีพเก่งมาจากไหน ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เลย เพราะคุณต้องเล่นตามกรอบและกติกาของเขา

และมันสายไปแล้ว
คุณสูญเสียตัวตนไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว
แล้วมันคุ้มไหม กับการสูญเสึยตัวตนหรือจุดยืนที่ดีงามเหล่านััน เพื่อให้ได้อำนาจมา

คงไม่ต้องถามแล้วว่าเรายังฝันเหมือนกันอยู่ไหม?

แต่อยากถามพวกคุณว่า คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหม ว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน?
คุณลืมไปแล้วใช่ไหม ว่าคุณเข้ามาการเมือง เพื่ออะไร?

ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า
ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว

ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้
ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้

ผลการตัดสิน อยู่ที่ประชาชนค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : แอปพลิเคชัน X @newkalyapat