ยุบ-ไม่ยุบ “ก้าวไกล” ศาล รธน. นัดอ่านคำวินิจฉัย 7 ส.ค. นี้
ขวัญ อีจัน
6 สิงหาคม 2567

เข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนที่ความร้อนแรงทางการเมืองกำลังเดือดสุด ๆ เพราะจะมีการตัดสินคดีใหญ่ ๆ ทางการเมืองหลายคดีด้วยกันที่อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น อาทิ คดีของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร, คดีของนายกเศรษฐา ทวีสิน และ คดีตัดสินยุบพรรคก้าวไกล ปมหาเสียงล้มล้างการปกครอง ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ 7 ส.ค. 67
สำหรับคดีดังกล่าวนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนุญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่ง ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ปมหาเสียงแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โดยเส้นทางที่นำไปสู่การขอศาลให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลนั้น เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 67 นายธีรยุทธ สุวรรณเกษตร ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. พิจารณายุบพรรคก้าวไกล หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการหาเสียงแก้กฎหมาย ม.112 นั้น เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ต่อมาวันที่ 18 มี.ค. 67 กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค และในวันที่ 3 เม.ย. 67 ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องดังกล่าว จากนั้นใช้เวลาอีกกว่า 3 เดือน จนเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญได้ยุติการไต่สวน พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัย วันที่ 2 ส.ค. 67 พรรคก้าวไกลแถลงปิดตดี และ วันที่ 7 ส.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.
และไม่ว่าผลการตัดสินในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร นี่ถือเป็นอีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย โดยผลการวินิจฉัยในครั้งนี้นั้นยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่ทางพรรคก้าวไกลเองนั้นก็ได้เตรียมแผนรับมือกรณีถูกยุบพรรค ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดนั้นถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 10 ปี สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลประกอบไปด้วย
1.ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค
2.อภิชาติ ศิริสุนทร เลขาธิการพรรค
3.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค
4.ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5.สมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคใต้
6.อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคเหนือ
7.เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคตะวันออก
8.สุเทพ อู่อ้น กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนปีกแรงงาน
หากพรรคก้าวไกลถูกยุบจริงจะทำให้เป็นกลุ่มการเมืองสีส้มพรรคที่สองต่อจากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบ และผลที่ตามมาก็คือ สส.ของพรรคก้าวไกล จะต้องหาสังกัดพรรคใหม่ให้ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน และตรงจุดนี้เองมีหลายฝ่ายคาดเดาว่าอาจะมี สส.งูเห่า ที่ไม่ยอมย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ตามสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ก็เป็นได้
ส่วนผู้นำพรรคคนใหม่นั้น หากถูกยุบจริง แน่นอนว่า ชัยธวัช ตุลาธน ก็จะถูกตัดสิทธิไป และชื่อที่ถูกพูดถึงว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของพรรคคนใหม่มีอยู่ 2 รายด้วยกัน ได้แก่ ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล และ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2 แกนนำรุนใหม่ของพรรคที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระยะหลัง
แต่ถ้าเกิดรอด พรรคก้าวไกลไม่ถูกยุบ ก็ถือเป็นข่าวที่น่ายินดีของพรรคก้าวไกล และผู้ที่สนับสนุน รวมถึงยังเป็นอีกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการการเมืองก็เป็นได้ ส่วนทางพรรคก้าวไกลเองจะมีการปรับกระบวนทัพอะไรอย่างไรหรือไม่นั้นก็ต้องรอติดตามต่อไป