วันนี้ (28 พ.ค.68) ประเทศไทยยังคงเผชิญกับภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านหลายภาค ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุม ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

พื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก ได้แก่
- ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์
- ภาคอีสาน : เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครราชสีมา
- ภาคกลาง : กาญจนบุรี ราชบุรี
- ภาคตะวันออก : ระยอง จันทบุรี ตราด
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : ระนอง พังงา
สำหรับภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันตอนบน คลื่นลมในทะเลค่อนข้างแรง มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงเกิน 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้
ด้านเกษตรกร ควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง เช่น การปรับปรุงระบบระบายน้ำในแปลงเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับฝนที่ยังคงตกต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังมีแนวโน้มเกิดฝนฟ้าคะนองถึง 70% ของพื้นที่ พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงการเดินทางช่วงที่มีฝนตกหนัก และหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง
ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
เช็กสถาพอากาศรายพื้นที่
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์
สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม
ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
