แม่ร้อง “ปวีณา” หลังลูกสาว ม.2 ถูก รภป. ล่วงละเมิด จนคิดสั้นทำร้ายตัวเอง
ต่อ อีจัน
8 ตุลาคม 2568

นนี้ (8 ต.ค. 68) เวลา 11.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รับเรื่องร้องทุกข์จากคุณแม่วัย 43 ปี ขอความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนล่วงละเมิดทางเพศเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา
เหตุเกิด วันที่ 27 กันยายน 68
8 โมงเช้า โรงเรียนปิดเทอมแล้ว น้องเอ ให้แม่ไปส่งที่โรงเรียนเพื่อไปขอพบครูแก้เกรด เมื่อไปถึงโรงเรียนแล้วโทรหาครูแต่ครูไม่รับสาย เธอจึงเรียกรถผ่านแอพกลับบ้าน ระหว่างที่รอรถ รปภ.ได้เรียกเธอให้เข้ามานั่งในป้อมยามก่อน และเธอได้ขอเข้าห้องน้ำ ขณะนั้น รปภ. ได้สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง แล้วอนาจารเธอ
เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ดิ้นรน ต่อสู้ ขัดขืน ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดออกมา เธอคว้ากระเป๋าได้ เธอวิ่งออกมาจากป้อมยาม แต่ รปภ.ก็พยายามที่จะวิ่งตามเธอมา เธอจึงตะโกนกลับไปว่า “อย่านะ” และด้านนอกป้อมยามมีกล้องวงจรปิด รปภ.จึงหยุดกลับเข้าไปในป้อม
แม่ เล่าว่า เมื่อลูกสาวถึงบ้าน เธอมีอาการซึม ไม่พูดจา ไม่กินข้าว หลังกลับบ้านมาลูกก็มีอาการเซื่องซึมไม่พูดจา ไม่กินข้าว จนเช้าวันต่อมา ลูกได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง พ่อกับแม่รู้เรื่องได้โทรไปสอบถามครูประจำชั้นเพื่อให้ตรวจสอบเพราะเป็นวันอาทิตย์ และตั้งใจจะเดินทางไปที่โรงเรียนในวันจันทร์ แต่ลูกสาวเครียดมากที่ถูก รปภ. กระทำ และที่ผ่านมาก็ถูกเพื่อนบูลลี่ เพื่อนเอารูปลูกไปโพสต์ในโซเชียลและเขียนข้อความให้เสียหาย บอกว่าลูกติดเชื้อ HIV และติดเชื้อหนองใน ทำให้เธอเครียดจนคิดสั้น กินน้ำยาล้างห้องน้ำ เธอต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ถึง 6 วัน ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว
เรื่องนี้แม่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาวของเธอ และเอาเรื่อง รปภ.ให้ถึงที่สุด อีกทั้งอยากให้ทางได้รับรู้และแก้ปัญหา ทั้งในการคัดเลือกบุคลากรมาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน แต่กลับมาก่อเหตุกับเด็กนักเรียนเสียเอง
นอกจากนี้ขอให้ทางโรงเรียนตรวจสอบเรื่องการบูลลี่กันระหว่างเด็กนักเรียน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ทำร้ายจิตใจเด็กมาก ที่ผ่านมาลูกได้บอกครูแต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ แม่จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย”
หลังเกิดเหตุ เด็กหญิงเกิดอาการเครียด ซึมเศร้า และถูกเพื่อนบางกลุ่มบูลลี่ในโลกออนไลน์ด้วยข้อความใส่ร้าย จนคิดสั้นพยายามทำร้ายตนเอง โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือไว้ทัน และอยู่ระหว่างพักฟื้นร่างกายและจิตใจ

นางปวีณาเปิดเผยว่า หลังมูลนิธิได้รับเรื่อง ได้รีบประสาน พ.ต.อ.นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.คันนายาว ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกันโรงเรียนได้ดำเนินการให้ออกจากตำแหน่งเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน
เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างครบวงจร มูลนิธิปวีณาฯ ได้จัดประชุมร่วมกับ นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการ กพฐ. และ พ.ต.อ.นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.คันนายาว
โดยมีคุณแม่ของเด็กหญิงร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางฟื้นฟูและคุ้มครองสิทธิเด็กอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการย้ายสถานศึกษา การเยียวยาสภาพจิตใจ และการติดตามคดีให้ถึงที่สุด

ภายหลังการประชุม นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะดำเนินการย้ายโรงเรียนให้กับเด็กหญิงผู้เสียหาย เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมฟื้นฟูสภาพจิตใจของน้อง และในส่วนที่เด็กมีการบูลลี่กัน หรือเด็กที่ถูกกระทำยังไม่มีแนวโน้มลดลง
ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งศูนย์บริหารความสุข และความปลอดภัย สพฐ. ขึ้นมา โดยช่วยเหลือเด็กนักเรียนทุกคน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสถานพยาบาลต่างๆ ในฐานะที่ตนเพิ่งมารับตำแหน่งนี้จะใช้มิติและสิ่งที่มี ต้นทุนที่เรามี ทำทุกอย่างเพื่อเด็กนักเรียนทุกคนให้ดียิ่งๆ ขึ้น


นางปวีณา กล่าวว่า ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ ที่บูรณาการช่วยเหลือเคสต่างๆ ร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯ ด้วยดีเสมอมา ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากจะให้เกิด ทางสถาบันศึกษาก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ในเรื่องตัวบุคคลเท่านั้นที่จะต้องมีการพัฒนาต่อไป

นางปวีณา ย้ำว่า “เราจะไม่ปล่อยให้เด็กต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง มูลนิธิปวีณาฯ จะเดินเคียงข้าง เพื่อให้เด็กได้กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง และเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเด็กคนใดอีกในอนาคต”

ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีร่วมกับ สน.คันนายาว และกระทรวงศึกษาธิการอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันมาตรการคัดกรองบุคลากรในสถานศึกษา รวมถึงสร้างระบบดูแลและป้องกันการบูลลี่ในโรงเรียน เพื่อให้ทุกโรงเรียนเป็น “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน“