สาวเมาขับรถชนท้ายกระบะ แต่ถูกคู่กรณีลากไปข่มขืน

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

สาวเมาขับรถชนท้ายกระบะ แต่ถูกคู่กรณีลากไปข่มขืน

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2563 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุหญิงสาว วัย 21 ปี เมาแล้วขับชนท้ายรถกระบะจนได้รับบาดเจ็บริมถนนสาย อ.สีชมพู-อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แต่ถูกหนุ่มคู่กรณี อายุ 23 ปี ลากไปข่มขืน เรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนโลกโซเชียลโดยพี่สาวของหญิงวัย 21 ปี วอนขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

ภาพจากอีจัน
ต่อมาทีมข่าวอีจันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่าในทางคดีฝ่ายหญิงถูกดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับต้องไปเสียค่าปรับที่ศาล จ.ชุมแพ แต่ยังไม่ได้ไปเสียค่าปรับเนื่องจากมีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้นก่อน ส่วนฝ่ายชายถูกแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเจ้าตัวให้การภาคเสธรับว่ามีอะไรกับฝ่ายหญิงจริงแต่เป็นการสมยอมของฝ่ายหญิง โดยทางตำรวจหลังจากสอบปากคำเสร็จก็ได้ปล่อยตัวไปเนื่องจากยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา แต่หากมีพฤติการณ์หลบหนีทางพนักงานสอบสวนก็จะขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอน
ภาพจากอีจัน
ล่าสุดวันนี้ (13 ก.พ. 63) ทีมข่าวอีจันสอบถามไปยัง พ.ต.อ.จำรัส ไชยศักดิ์ ผกก.สภ.สีชมพู เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำฝ่ายชายและฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคู่กรณีกัน และจะเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบซึ่งคือพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยในตอนแรก พร้อมทั้งสอบพยานแวดล้อมในขณะที่ฝ่ายหญิงไปนั่งทานอาหารและดื่มสุรากับเพื่อน รวมทั้งพยานแวดล้อมของทางฝ่ายชายมาประกอบสำนวนให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด

และรอผลตรวจร่างกายฝ่ายหญิงในการหาสารคัดหลั่งเพื่อนำมาประกอบในสำนวนทางคดี คาดว่าผลจะออกภายในสัปดาห์หน้า หากผลตรวจร่างกายทราบผลแล้วก็จะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน คาดว่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์

ด้าน พ.ต.อ.จำรัส ไชยศักดิ์ เปิดเผยต่ออีกว่า ในการดำเนินคดีนั้นไม่ถือว่าล่าช้า เนื่องจากเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุ ทางตำรวจทราบกรณีข่มขืนที่เกิดขึ้นได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนทันที ซึ่งในทางคดีแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ คดีอุบัติเหตุ , เมาแล้วขับ และข่มขืน ซึ่งในส่วนอุบัติเหตุนั้นทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้

แต่จากการตรวจสอบหาปริมาณแอลกอฮอล์ของทั้ง 2 ฝ่าย พบว่าฝ่ายหญิงมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทางตำรวจจึงได้ดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับซึ่งต้องไปเสียค่าปรับที่ศาล จ.ชุมแพ ส่วนฝ่ายชายไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด โดยในสองส่วนนี้ทางคดีถือทางตำรวจดำเนินการเสร็จสิ้น และในทางคดีที่ฝ่ายหญิงกล่าวหาว่าคู่กรณีข่มขืนนั้น ทางพนักงานสอบสวนก็ได้มีการดำเนินคดี ตามขั้นตอนโดยได้เรียกฝ่ายชายมาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาก่อนจะปล่อยตัวกลับไปเนื่องจากยังไม่ใช่ผู้ต้องหาและไม่มีหมายจับทางตำรวจจึงไม่มีอำนาจควบคุมตัว แต่หากภายหลังจากนี้มีการหลบหนีก็จะออกหมายจับทันที