สลดสุดแห่งปี 62 เหยื่อ ด.ญ.ในคดีชำเรา
migrator
13 มกราคม 2564

ว่าด้วยเรื่องของข่าวอาชญากรรมในหมวดคดีข่มขืนกระทำชำเรา อนาจาร ไม่ว่าตำรวจจะสามารถจับตัวคนร้ายได้ หรือคนร้ายจะลอยนวล แต่สิ่งที่น่าสลดใจที่สุดคือ “เหยื่อ” โดยเฉพาะ “เหยื่อที่เป็นเด็กหญิง” เธอเหล่านั้นไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในโลกใบเดิมได้ คงยังมีรอยแผลเป็นในใจ สิ่งที่ทำได้คือการเยียวยารักษาบาดแผลเหล่านั้น และเสริมพลังความเข้มแข็ง ให้จิตใจของเธอแข็งแกร่งขึ้น
หนึ่งในคดีที่กองบรรณาธิการข่าว “เพจอีจัน” เลือกขึ้นมาให้เป็นที่สุดแห่งความสลดใจ คือ “รุ่นพี่ประถมร่วมกับรุ่นน้องอนุบาล อนาจารเด็กหญิงวัย 5 ขวบ” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในโรงเรียน เมื่อเด็กหญิงกลับมาบ้าน ผู้ปกครองเห็นรอยคราบเลือดจำนวนมากในห้องน้ำ จึงออกมาซักถาม สิ่งที่ได้ฟังทำเอาหัวใจแทบสลาย เมื่อหลานสาวตัวน้อยวัย 5 ขวบ เล่าอย่างไร้เดียงสาว่า ถูกกระทำโดยรุ่นพี่ชั้นประถมและเพื่อนชั้นอนุบาลของเธอ คดีนี้พนักงานสอบสวนลงความเห็นว่า เด็กหญิงน่าจะถูกอนาจารจริง จึงส่งตัวไปให้แพทย์
ซึ่งผลตรวจก็ยืนยันตามนั้น พนักงานสอบสวนส่งสำนวนฟ้อง และอัยการก็มีความเห็นตรงกัน แต่กระบวนการยุติธรรมสั่งให้ยุติการดำเนินคดีเนื่องจาก ผู้ต้องหาอายุไม่ถึง 10 ปี ให้เข้าสู่กระบวนการของสถานพินิจ ส่วนเด็กหญิงให้เยียวยาจิตใจตามระบบ ส่วนสถานศึกษาซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ในครั้งนั้นมีคำสั่งให้ย้ายผู้อำนวยการและตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง


ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เมื่อความจริงถูกตีแผ่ พ่อแท้ๆ กลับปฏิเสธ แต่ตำรวจเข้าจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง และเป็นหญิงที่เป็นผู้สืบสันดานของตนเอง เนื่องจากคดีนี้แม้จะเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจ และสังคมให้ความสนใจ แต่เป็นคดีที่มีเด็กตกเป็นเหยื่อ และเป็นคดีครอบครัว เมื่อกระบวนการยุติธรรมทำงาน กองบรรณาธิการ “เพจอีจัน” จึงยุติการนำเสนอข่าว และเฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดี

อีกคดีที่ถือเป็นที่สุดของความสะเทือนใจ เด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อวัยเพียง 14 ปี เธอถูกผู้ชาย 5 คนข่มขืนในแคมป์คนงาน ผู้ชายเหล่านั้นเป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อ เป็นนายจ้างพ่อ และที่สำคัญหนึ่งในนั้นเคยเลี้ยงดูเธอในฐานะ พ่อบุญธรรมด้วย คดีนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ลวงเธอเข้าโรงแรมเพื่อข่มขืนได้ในทันที แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมั่นใจในหลักฐานที่มัดแน่น ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก จนทำให้ผู้ต้องหาอีก 4 คนเข้ามามอบตัวสู้คดี เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว ปัจจุบันคดียังคงดำเนินและต่อสู้กันต่อไป ส่วนเด็กหญิงได้รับการเยียวยาจิตใจตามกระบวนการของภาครัฐ
