เจ้าอาวาสข่มขืนสามเณรยกวัด
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ 25 ธ.ค.62 เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคม. บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายใน วัดป่าสุวัฑฒนาราม (ทุ่งอินทรี) ม.11 ต.หลักสาม อ.บ้านแผ้ว จ.สมุทรสาคร


เพื่อเข้าจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแผ้ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จ.สมุทรสาคร
ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ,พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร และสามารถจับกุมตัว พระครูสังฆรักษ์ ได้ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ภายในวัดป่าสุวัฑฒนาราม ขณะจะออกบิณฑบาต พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า

การเข้าจบกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้สืบทราบว่าพระครูสังฆรักษ์ หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันรักษาการเจ้าอาวาส หรือเป็นผู้ดูแลวัด นั้น มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน เด็กวัด โดยเรามีภาพหลักฐานยืนยันการกระทำผิดชัดเจนจากสามเณรที่เป็นเหยื่อ


นอกจากนี้ยังทราบอีกว่าในช่วงระหว่างที่ก่อเหตุพระครูสังฆรักษ์ จะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณร และเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้กับคนอื่นทราบ จนกระทั่งเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมไม่ไหวจึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว


จากการตรวจสอบพบว่า วัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดอีกจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนา เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่ วัดป่าสุวัฑฒนาราม


ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการค้นหาภายในวัด พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่ถูกเก็บไว้โดยพระครูสังฆรักษ์ จำนวนหลายเครื่อง , อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และหลักฐานอื่นๆอีกมากมาย พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ที่บริเวณด้านหลังกุฏิพักของสามเณร จึงได้ทำการตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาบทจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
