อดีตทหารเรือ ถูกจับรับจ้างทำแท้งกว่า 20 ปี ระบาย “ไม่เคยนอนหลับเต็มตา เพราะฝันถึงเด็ก”
สุรัตนา เพชรงาม
7 กันยายน 2567

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 67 ตำรวจสืบนครบาล จับกุม นายธนบูลย์ (สงวนนามสกุล) หรือ หมอแม็ก อายุ 55 ปี ในข้อหาเป็นบุคคลประกอบอาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 โดยจับกุมได้ที่บริเวณคลินิกแห่งหนึ่ง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
การจับกุมสืบเนื่องจากตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียน จากพลเมืองดีในพื้นที่ว่า มีกลุ่มหมอเก๊ลักลอบทำแท้งเถื่อน แฝงตัวอยู่ในคลินิกย่านถนนเพชรบุรี จึงไปเฝ้าสืบสวนติดตาม กระทั่งทราบว่า มีอดีตทหารเรือ มีพฤติกรรมปลอมตัวเป็นหมอ มาแฝงตัวอยู่ในคลินิกดังกล่าว และมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีเรื่องการทำแท้งตั้งแต่ปี 2552 แต่เจ้าตัวหลบหนีจนคดีหมดอายุความ
กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. (6 ก.ย. 67) ตำรวจสืบนครบาลจึงนำกำลังเข้าจับกุม พบหมอเก๊รายนี้กำลังจะฉีดยาให้กับผู้ป่วยที่มารักษาอยู่บนเตียง โดยมีหญิงสาวสัญชาติเมียนมาเป็นพยาบาล ตอนแรกหมอเก๊อ้างว่ามีใบหมอถูกต้อง แต่เมื่อตรวจสอบกับระบบออนไลน์ของแพทยสภา กลับไม่พบข้อมูล จนต่อมาเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นปลอมเป็นหมอมา 20 ปี โดยเริ่มเดินเส้นทางนี้ มาตั้งแต่ถูกออกจากราชการตั้งแต่ปี 2547

จากการตรวจค้นคลินิกแห่งนี้พบว่า เปิดทำการมาเป็นเวลาหลายสิบปี ด้านบนเป็นห้องพักไข้สำหรับผู้ป่วย ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม และชุดสืบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ของหมอเก๊รายนี้พบภาพถ่ายการตรวจภายในผู้หญิงจำนวนมาก มีภาพคนใข้บางรายถูกทำคลอดภายในคลินิกแห่งนี้ ชุดสืบสวนจึงทำการจับกุมตัวทันที
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อหากล่าวหา โดยให้การว่า ในปี 2532 ตนจบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี สาขา การพยาบาลและผดุงครรภ์ (บุรุษพยาบาล) จากนั้นเข้ารับราชการทหารติดยศ เรือตรี ตำแหน่ง นายทหารการแพทย์ ประจำอยู่ รพ. ชื่อดังใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คอยดูแลทหารที่ป่วย ระหว่างนั้นปี 2547 ตนต้องการหารายได้เสริมโดยการไปนั่งปลอมเป็นหมอรับตรวจคนไข้ตามคลินิกหลังเลิกงาน
จนปี 2552 ระหว่างที่ตนกำลังทำงานเสริมตรวจอยู่ที่คลินิก ได้มีหญิงท้องอายุครรภ์ 3 เดือน มาติดต่อเข้ารักษา ผู้หญิงท้องคนดังกล่าวต้องการมาทำแท้งลูก ตอนนั้นตนถูกจับกุมด้วยแต่ได้ประกันตัวและหลบหนีคดีจนคดีขาดอายุความ และตนก็ถูกออกจากราชการทหาร โดยตลอดการหลบหนี 20 ปีที่ผ่านมา ตนก็ได้ปลอมเป็นหมอมารักษาคนไข้ตามคลินิกต่างๆ โดยเอาวิชาการรักษาคนไข้ตอนเป็นทหารมาใช้

ผู้ต้องหา ยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 20 ปี ทุกๆ วันไม่สามารถนอนหลับเต็มตา เพราะมักจะฝันถึงเด็กเล็กๆ และมักจะรู้สึกว่ามีเด็กอยู่ข้างตัวตลอดเวลา เหมือนรู้สึกว่า เด็กที่ตนทำแท้งนั้น จะมาขอส่วนบุญส่วนกุศล
ตนยอมรับว่าชีวิตไม่ค่อยประสบความสำเร็จในชีวิต ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตนเริ่มจะมีอาชีพที่เป็นหลักเป็นแหล่งและมั่นคง ก็มาประกอบกิจการคลินิก โดยที่ตนรู้อยู่เต็มอกว่า “เป็นระเบิดเวลาที่ตนนั่งทับไว้ รอการระเบิด และสิ่งที่ตนกลัวมาตลอดเวลา ก็เกิดขึ้นจริงๆ”

หลังจับกุมตัวนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า เบื้องต้น ตำรวจไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาปลอมเป็นหมอเป็นเวลา 20 ปี คอยวินิจฉัยโรค รักษาคนไข้ มีความเสี่ยงต่อผู้เข้าการรักษา เพราะวิชาชีพหมอเป็นวิชาชีพเฉพาะทาง หากรักษาผิดพลาดอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ฝากถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่หมอมานั่งตรวจคนไข้ จะดำเนินการจับกุมทันที
