แม่คว้าไม้ไล่ตีลูก หลัง ถูกเซอร์ไพรส์วันเกิด ด้วยการแจ้งตำรวจจับ
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
13 ธันวาคม 2566

ภาพของหญิงสูงวัย ที่เดินถือไม้ตะโกนเสียงดัง ด้วยความคับแค้นใจ เพราะลูกเซอร์ไพรส์วันเกิดแม่ ด้วยการแจ้งตำรวจมาจับข้อหาบุกรุก!
เป็นคลิปที่เป็นกระแสอยางมากในเฟซบุ๊ก หลัง เฟซบุ๊กชื่อ อนงค์ศรี ชนะสิทธิ์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอมีใจความว่า
“วันเกิดแม่ นี่หรือของขวัญ แจ้งความจับอีก ความกตัญญูให้ไร่ ให้นา ตอบแทนแบบนี้ ขอบคุณ สภ ทุ่งเบญจาร่วมอวยพรวันเกิด”
ในคลิปเป็นภาพของหญิงสูงวัยคนหนึ่ง กำลังถือไม้เดินตะโกนเสียงดัง ด่าทอและพยายามจะเข้าไปทำร้ายหญิงสาวคนหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกันตัวไว้

จากการสอบถามก็ได้ข้อมูลว่า หญิงสูงวัยคนนั้นชื่อ นางอนงค์ศรี เพิ่งจะถูกลูกสาวของตนเอง ที่อยู่ในคลิป แจ้งตำรวจให้มาจับกุม ด้วยข้อหาบุกรุกในยามวิกาล ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนวันที่ 10 ธ.ค. 66 เวลาประมาณเที่ยงคืน ที่บ้านของลูกสาวนาวอนงค์ศรี ซึ่งในขณะนั้นคนงานได้ขับรถพ่นสารเคมี ทำให้นางอนงค์ศรีนอนไม่ได้ จึงต้องออกมาไล่
จากนั้น วันที่ (13 ธ.ค. 66) นางอนงค์ศรี พร้อมด้วยลูกชาย นายสุนิวัฒน์ เดินทางไปยังสำนักงานอัยการจังหวัด เพื่อรายงานตัว ข้อหานำมีดไปไล่ฟันคนงานและบุกรุกในยามวิกาล แต่ก็ปฏิเสธว่า ใช้ไม้เท้าไล่ไม่ใช่มีด

จากการสอบถามนางอนงค์ศรี ก้ได้ข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่เอกสาร (ส.ค.1) ยังไม่เป็นโฉนด ก่อนหน้านี้ตนเองเป็นเจ้าของทั้งหมด และเป็นผู้สร้างมาตั้งแต่ปี 2516 ตั้งแต่ลูกสาวยังไม่เกิด ตนเองก็ทำกินเลี้ยงลูกจนโตจนลูกเรียนจบมหาลัย และยังซื้อรถให้เป็นของขวัญ ต่อมาได้ยกที่ดินส่วนหนึ่งลูกสาวเพื่อทำกิน โดยลูกสาวเองก็แบ่งเงินให้แม่ปีละ 1,000,000 บาท แต่เมื่อช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาลูกสาวไม่ให้เงินแม่เลย แม่จึงมาขอที่เพื่อทำกินในพื้นที่ของลูกชาย ซึ่งแม่เคยแบ่งให้คนละครึ่งกับลูกสาว แต่เมื่อตนเองเข้ามาทำก็ถูกลูกสาวกีดกัน ตัดน้ำ นำรถมาขวางทางเข้าบ้าน แจ้งตำรวจว่าแม่บุกรุก จนกระทั่งขึ้นโรงพักบ่อยครั้ง และถึงขั้นขึ้นศาลมาแล้ว และก่อนหน้านี้ตนเองก็เคยร้องเพลงผ่านกำแพงบ้านโดยใช้โทรโข่งให้ลูกฟังมาแล้ว
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นางอนงค์ศรี เดินทางไปให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งเบญจาเรียบร้อยแล้ว และเดินทางมาตามหนังสือส่งตัวมาที่สำนักงานอัยการ โดยก่อนขึ้นไปรายงานตัวได้พูดคุยกับสื่อ ฯ พร้อมกับโชว์หลักฐานที่เป็นสำเนาของพินัยกรรมมีข้อความระบุ ว่าให้ทั้งคู่แบ่งที่กันเท่าๆกัน พร้อมกับบอกว่า ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ลูกทำกับตนเองอย่างนี้ และยังได้ร้องเพลงอีกครั้งทั้งน้ำตา จนผู้สื่อข่าวต้องน้ำตาร่วงตามไปด้วย

ส่วนทางด้านคู่กรณีที่เป็นลูกสาวที่ถูกกล่าวถึง ผู้สื่อข่าวพยายามไปกดกริ่งบริเวณหน้าบ้านเพื่อติดต่อแต่ไม่มีใครออกมา หลังจากนั้นจึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์จากน้องชาย ปรากฏว่าทางด้านสามีเป็นผู้รับสายและได้ให้การปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่สะดวก ขอปรึกษากันก่อน
อีจันขอเป็นกำลังให้ทั้งสองฝ่าย ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน ครอบครัวเดียวกัน ขอให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันได้ด้วยดี