สำนักพุทธฯ ยัน! “หลวงพ่อเมือง” พระดังกาฬสินธุ์ ลาสิกขาจริง 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

13 กันยายน 2568

สำนักพุทธฯ ยัน! “หลวงพ่อเมือง” พระดังกาฬสินธุ์ ลาสิกขาจริง 

จากกรณีโลกโซเชียลได้แชร์ภาพ พระโพธิญาณมุนี หรือหลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส ลาสิกขาบท และหนังสือราชการลงวันที่ 11 กันยายน 2568 แจ้งเจ้าคณะตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เรื่องการลาสิกขาของ หลวงพ่อเมือง ซึ่งสร้างความตกใจให้กับประชาชนและศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากหลวงพ่อเมืองเป็นพระเถระชื่อดังในพื้นที่ และมีลูกศิษย์เคารพนับถือจำนวนมาก 

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดป่ามัชฌิมาวาส ต.ดงเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังจากที่ศาลสงฆ์ชั้นฎีกา มีคำวินิจฉัย ยืนคำพิพากษาให้ หลวงพ่อเมือง สิ้นสุดความเป็นพระภิกษุ 

โดยเมื่อเดินทางถึงวัดป่ามัชฌิมาวาส บรรยากาศภายในวัดดูเงียบเหงาอย่างผิดปกติ ไม่มีเสียงสวดมนต์หรือกิจกรรมทางศาสนาเช่นที่เคยเป็นมา แม้ประตูหลักของวัดจะเปิดอยู่ตามปกติ แต่จำนวนผู้คนที่เข้าออกลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา 

ภายในลานวัดสถานที่ฟังธรรมกับหลวงพ่อเมืองในแต่ละวัน ขณะนี้มีเพียงพระพุทธรูปเก่าและโต๊ะธรรมาสน์ที่ว่างเปล่า สร้างภาพที่เศร้าใจให้กับผู้ที่เคยติดตามฟังเทศน์ของท่าน บริเวณรอบๆ วัดที่เคยเต็มไปด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้มาร่วมทำบุญ กลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเป็นส่วนใหญ่ 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจำลอง ชาวบ้านดงเมือง ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของหลวงพ่อเมืองมาเป็นเวลานาน  กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาทั้งหมดนี้ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นการใส่ร้ายหรือกล่าวร้ายหลวงพ่อเมือง ทำให้ผู้คนเสียศรัทธาไปโดยไม่มีเหตุผล โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเป็นการอิจฉาริษยาในคณะสงฆ์เอง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่ปรากฏ จากข้อมูลที่ออกมาทำให้ท่านเสื่อมเสียนั้นมีเพียงนิดเดียว แต่กลับเอาข่าวเก่าตั้งแต่ปี 2559 มาตีแพร่ใหม่ ผสมผสานข่าวเก่าใหม่เข้าด้วยกัน จนทำให้ดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ใหญ่ 

นายจำลอง  กล่าวต่อว่า เมื่อลูกศิษย์ไปถามเรื่องดังกล่าวกับพระที่มีรายชื่อปรากฏในเอกสารที่เป็นข้อกล่าวหา พระเหล่านั้นได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นใดๆ เลย ทั้งนี้ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยังคงศรัทธาหลวงพ่อเมืองเหมือนเดิม และในฐานะลูกศิษย์ของวัดที่ได้ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้จากท่านมา เรายืนยันว่ายังศรัทธาเหมือนเดิม และจะเพิ่มศรัทธามากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเราได้เคารพนับถือท่านมาหลายสิบปีแล้ว ทั้งนี้ หลวงพ่อเมืองได้ปรากฏตัวต่อหน้าลูกศิษย์ครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 กันยายน 2568 ก่อนที่จะเดินทางออกจากวัดเพื่อไปศาสนากิจที่กรุงเทพมหานคร 

อย่างไรก็ตาม นายจำลอง ยังชี้ให้เห็นถึงผลงานที่เป็นรูปธรรมของหลวงพ่อเมือง โดยเฉพาะพระมหาเจดีย์ วัดป่ามัชฌิมวาสที่สร้างขึ้นด้วยงบประมาณหลายร้อยล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ทำให้ศรัทธาของเราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ทำผิดจะสามารถสร้างได้ 

ขณะที่ นายสยามพัชร ทิพย์สอน ผอ.พศ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำนักงาน พศ. เป็นหน่วยงานที่รับสนองงานคณะสงฆ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้น เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 12.30 น. ที่ วัดโสภณพัฒนาราม (ภูปูนในฝัน) ต.มหาไชย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าคณะภาค 9 เป็นประธานการอ่านมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 22/2568 มติที่ 695/2568 เรื่องคำวินิจฉัยชั้นฎีกากรณีหลวงพ่อเมือง โดยมีรองเจ้าคณะภาค 9 เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าคณะตำบลลำพาน และโจทก์ เข้าร่วมประชุม โดยมติมหาเถรสมาคม ให้ปรับหลวงพ่อเมือง (จำเลย) ต้องอาบัติปาราชิกตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ทั้งนี้ พศ.กาฬสินธุ์ ได้เป็นพยานและบันทึกเหตุการณ์และประวัติลงในฐานข้อมูลพระภิกษุของสำนักงาน พศ. 

อย่างไรก็ตาม ผอ.พศ.กาฬสินธุ์ ยังระบุอีกว่า หลวงพ่อเมือง ไม่ได้เดินทางเข้ารับฟังมติเถรสมาคมในวันดังกล่าว และมีรายงานว่าได้ดำเนินการลาสิกขาที่วัดมัชฌิมาวาส ในวันที่ 10 กันยายน 2568  และได้เดินทางออกจากวัดไปแล้ว