รองนายกฯ ลงพื้นที่ โรงงานพลุระเบิด สุพรรณบุรี เตรียม เยียวยาทุกด้าน
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
18 มกราคม 2567

จากเหตุการณ์ โรงงานพลุระเบิด ที่ จ.สุพรรณบุรี มีผู้เสียชีวิตถึง 23 คน ล่าสุด รองนายกฯรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ทั้งเรื่องการหาสาเหตุที่แท้จริง และการเยียวยาผู้เสียหาย ให้เต็มที่ที่สุด
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์โรงงานพลุระเบิด โดยยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงาน ที่คอยควบคุมการผลิตอย่างจริงจัง โดยเรื่องนี้จะนำไปคุยในการประชุมถอดบทเรียนในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค. 67) และจะให้ผู้ที่มีความรู้ เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เเละจะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาในลักษณะนี้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ส่วนตัวส่วนตัวเชื่อว่า เจ้าของโรงงานนี้ระมัดระวังความปลอดภัยแล้ว เเต่ก็คงไม่คาดคิดว่า เหตุแบบนี้จะเกิดขึ้น
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการมาว่า ต้องดูแลในทุกเรื่อง เเต่จะเน้นเรื่องการเยียวยาให้เร็วที่สุด และจะสร้างหลักประกันให้กับผู้คนที่ทำงานเสี่ยงภัย เพื่อให้คุ้มค่าต่อการเสี่ยงชีวิต เพราะชาวบ้านยังคงต้องทำงานเพื่อที่จะหารายได้ เเบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็จะวางมาตรการในเรื่องความปลอดภัย และจะต้องมีอะไรเสริมให้คุ้มค่ากับการเสี่ยงชีวิต
โดยในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค. 67) จะมีการพูดคุยเพื่อหาเหตุผลที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะพูดคุยให้ครบและครอบคลุมทั้งเรื่องของการกำหนดข้อกฏหมายและระเบียบ ปริมาณในการจำหน่าย การเก็บรักษา รวมไปถึง วัตถุที่มีรูปแบบเดียวกัน รวมทั้งจะพูดคุยถึงประเด็นที่ว่า โรงงานแห่งนี้ เคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว และได้มีการเปลี่ยนชื่อก่อนจะเปิดกิจการซ้ำ ซึ่งนายสมศักดิ์ยอมรับว่า เป็นความบกพร่องของระเบียบราชการ เรื่องนี้จะต้องถูกหยิบยกมาคุยในวันพรุ่งนี้ด้วย
นอกจากนี้ ทราบมาว่าโรงงานนี้เป็นโรงงานทำพลุไล่นก ถึงจะเป็นโรงงานเล็กๆ แต่สารที่ใช้ก็คือตัวเดียวกับโรงงานพลุทั่วไป มีเเต่สารโพเเทสเซียมคอลเรต เป็นตัวเร่งแคททาไลซ์ ที่มีเเรงอัดทำให้เกิดระเบิดรุนเเรงได้ และจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้เช่นกัน
ขณะที่ นายสรชัด สุจิตต์ สภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 ได้ลงพื้นที่เช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คนที่ทำงานตรงนี้ไม่ใช่พนักงานประจำ เพราะงานไม่ได้เป็นรูปแบบของโรงงาน ผู้เสียชีวิต มีเพียง 10 รายที่มีประกันตน ตามมาตรา 40 แต่ประกันตนขาดส่ง จึงไม่ได้รับเงินเยียวยาจากประกันสังคม

เมื่ออุตสาหกรรมไม่ได้เป็นในรูปแบบของโรงงาน คนที่มาทำก็ไม่มีการอบรมทำความเข้าใจจึงส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อีกทั้งพลุที่ทำในทางเกษตรก็เป็นพลุสำหรับไล่นก เป็นต้นทุนที่ไม่สูงมาก
มาตราการความปลอดภัยจึงสำคัญ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องสถานที่อย่างเดียว แต่รวมไปถึงการเก็บรักษาพลุอีกด้วย บังเอิญว่าโรงงานไม่น่าเข้าเกณฑ์ของโรงงานอุตสาหกรรม มาตราฐานจึงควบคุมไม่ถึง กฎหมายควบคุมไม่ได้กลายเป็นช่องว่าง
ตนได้สอบถามไปยังนายอำเภอแล้ว ว่าทำไมถึงอนุญาต ทางนายอำเภอแจ้งว่า ผู้ประกอบการมาขออนุญาตตามระเบียบ ในตัวกฎหมายก็มีระเบียบว่าเขาต้องทำอะไร ในเมื่อเขาทำได้ก็คือ ห่างไกลชุมชน มีรั้วกันตามระบบตามระบบ และจัดตั้งโรงงานตามเกณฑ์ถูกต้องทุกอย่าง ในการขออนุญาต เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตก็ไม่ได้
ติดตามกันต่อนะคะ ว่าการประชุมในวันพรุ่งนี้ จะหาสาเหตุที่แท้จริงของการระเบิด ออกมาได้หรือไม่ และจะมีการเยียวยาอย่างไรต่อไป