ฮือฮา! พบ “องค์ศิลาแลง” ซ่อนในพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 300 ปี 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

8 สิงหาคม 2567

ฮือฮา! พบ “องค์ศิลาแลง” ซ่อนในพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 300 ปี 

พระซ้อนพระ! 

เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อยเลยค่ะ หลังจากเพจวัดโคกขาม จ.สมุทรสาคร โพสต์ภาพพระพุทธรูปในอุโบสถเก่าอายุกว่า 300 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา เกิดรอยแตกร้าวที่องค์พระบางส่วน จนทำให้เห็นว่าด้านในขององค์พระนั้น มีพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนซ่อนอยู่  

ล่าสุดวานนี้ (7 ส.ค.67) เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ไปที่วัดโคกขาม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยพบว่าในส่วนของพระพุทธรูปที่เกิดการแตกร้าวมีจำนวน 3 องค์ ประกอบด้วย พระประธาน 1 องค์ และ พระพุทธรูปรอบ ๆ พระประธานอีก 2 องค์ โดยรวมพระพุทธรูปเหล่านี้ชาวบ้านเรียกกันมานับแต่ในอดีตว่า “พระอรหันต์ 8 ทิศ” ซึ่งชิ้นส่วนที่แตกร้าวก็ตกไปอยู่ที่ฐานพระและไม่มีการหยิบจับหรือเคลื่อนย้ายใด ๆ ส่วนด้านในองค์พระ 2 องค์ที่อยู่รอบพระประธานแล้วเกิดการแตกร้าว จะสังเกตพบว่าเหมือนมีพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนซ่อนอยู่ด้านใน ซึ่งมีลักษณะคล้ายศิลาแลง โดยจะเห็นเศียรพระพุทธรูปอย่างชัดเจน   

จากการสอบถามพระลูกวัดโคกขาม และศิษยานุศิษย์ เล่าว่า พระพุทธรูปร้าวเมื่อราว ๆต้นเดือนที่ผ่านมา และได้มีการสังเกตเห็นว่า มีพระพุทธรูปอีกองค์อยู่ด้านในองค์พระที่แตกร้าว จึงแจ้งไปยังกรมศิลปากร เนื่องจากโบสถ์เก่าหรือวิหารแห่งนี้มีอายุกว่า 300 ปี และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี  

เบื้องต้นได้แจ้งให้ทางกรมศิลปากรทราบแล้ว ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่า การสร้างพระลักษณะนี้ มักจะพบอยู่ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกว่าการ “โกลนพระ” โดยองค์พระที่อยู่ด้านในก็จะมีลักษณะใบหน้า รูปร่าง เหมือนกับองค์ที่เห็นอยู่ด้านนอกทุกประการ เพียงแต่ความคมชัดจะต่างกันเท่านั้น องค์ที่อยู่ด้านในจะคมชัดน้อยกว่าองค์ที่อยู่ด้านนอก ซึ่งหลังจากนี้จะเข้ามาสำรวจเพื่อวางแผนบูรณะซ่อมแซม และอนุรักษ์ต่อไป 

สำหรับพระพุทธรูปที่อยู่รอบพระประธานในโบสถ์แห่งนี้ ล้วนเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่คู่กับโบสถ์มานานกว่า 300 ปีแล้ว ส่วนใหญ่จึงมีรอยแตกร้าว เพราะหากเทียบกับอายุของโบสถ์เก่าหลังนี้ก็มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2222 จึงเกิดความชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งหลังจากนี้ทางพระครูสาครรัตนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลมหาชัย เจ้าอาวาสวัดโคกขาม ยังได้สั่งให้ทำที่กั้นกันคนเข้าไปดูองค์พระแบบใกล้ ๆ เพราะหวั่นว่าจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิม พร้อมกันนี้ยังจะได้ของดเว้นการปิดทอง การถวายดอกไม้พวงมาลัยที่องค์พระ เพื่อรอการซ่อมแซมอนุรักษ์จากกรมศิลปากรก่อน แต่ยังเปิดวิหารให้กราบไหว้ได้เช่นเดิม