ทลายรังรักลวงโลก! รวบยกแก๊ง 13 ชายผิวสี ตั้งฐานโรแมนซ์สแกมซุกไทย
ตาต้า อีจัน
21 มกราคม 2569

สักที! รวบยกแก๊ง 13 ชายผิวสี ตั้งฐาน Romance Scam (โรแมนซ์สแกม) กลางเมืองทองธานี
ซุกอยู่ไทย หลอกคนไทย ลวงเงินทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
ปฏิบัติการทลายฐานสแกมเมอร์ สุดระทึกครั้งนี้ เกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 13.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติผิวสี ใช้เป็นเวลาแชทตามปกติกับผู้เสียหาย กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ร่วมกับ สภ.ปากเกร็ด ปูพรมเข้าปิดล้อม ตรวจค้นอาคารคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งได้ข้อมูลจากสายลับว่ามีกลุ่มคนผิวสี พักอาศัยอยู่จำนวนมาก และน่าจะรู้จักกันเนื่องจากมีการออกไปไหนมาไหนด้วยกัน เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เข้าตรวจสอบห้องพักทั้งหมดพร้อมกัน โดยชายผิวสีบางรายกำลังแชทหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆ อยู่ ชายผิวสีบางรายไหวตัววิ่งหนีสุดชีวิต ลงมาด้านล่างไม่สวมรองเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังอยู่ด้านล่างต้องช่วยกันวิ่งไล่จนสามารถจับกุมได้






จากการตรวจค้น และขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งเป็นชาวไนจีเรีย 11 ราย และชาวโกตวิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย ตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 8 ราย โดยมีชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าออก สอบปากคำทราบว่าหลบหนีเข้ามาทางชายแดนประเทศลาว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือสื่อสาร กว่า 34 ชิ้น คือ คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 29 เครื่อง จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาหลายรายมีความเชื่อมโยงกันแบ่งหน้าที่กันทำ มีการสื่อสารเพื่อเตือนกันผ่านกลุ่มแชท ในขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและจับกุม ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่บางเครื่องพบแชทในลักษณะโรแมนซ์สแกม ปลอมอัตลักษณ์เป็นชาวต่างชาติทั้งยุโรปและเอเชียที่หน้าตาดี ดูมีฐานะพูดคุยตีสนิทหญิงชาวไทยและต่างชาติ เพื่อหลอกล่อให้โอนเงินมา โดยมีลักษณะการทำงานเป็นทีม แบ่งบทบาทกันทำ สอดรับกันอย่างเป็นมืออาชีพ และพบความเชื่อมโยงกับคดีของ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งหลอกให้หญิงชาวไทยโอนเงินเสียหายกว่า 2 ล้านบาท




นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ผู้ต้องหาผิวสีบางส่วนมีการอยู่กินกับแฟนสาวชาวไทย แล้ว หลอกให้หญิงเหล่านั้นใช้บัญชีของตนรับเงิน หรือให้ไปกดเงินจากตู้กดเงินสด โดยหลอกว่าเป็นเงินที่เพื่อนของตนส่งมาให้ เพื่อไม่ให้ปรากฏภาพตนเกี่ยวข้องกับคดี โดยเมื่อรับเงินสดที่ไทยแล้ว จะใช้คริปโตส่งเงินกลับไนจีเรีย โดยหักหัวคิวค่าดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขยายผลไปยังตัวการอื่นๆ รวมทั้งประสานส่งเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ที่ตรวจยึดได้ไปตรวจสอบหาพยานหลักฐาน กับ บช.สอท. อย่างละเอียด เพื่อจับกุมให้ได้ทั้งขบวนการต่อไป
สำหรับปฏิบัติการทลายรังแก๊งโรแมนซ์สแกมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงโดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กและไลน์ระบุชื่อ Bingwen Fu ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวิศวกรชาวชีน ติดต่อพูดคุยตีสนิทเรื่อยมาในฐานนะคนรักใคร่ชอบพอกัน โดยมีการส่งภาพการทำงานให้ดูเป็นประจำ ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2569 คนร้ายจะเริ่มใช้แผนประทุษกรรมคลาสสิค คืออ้างว่าตนทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ก่อนเพื่อเป็นค่าเบิกเงิน แล้วจะโอนคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเส้นทางการเงิน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบัญชีดังกล่าวได้ ก่อนจะสืบสวนทราบว่าผู้บงการใหญ่ในปฏิบัติการดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติผิวสีแก๊งใหญ่ โดยใช้การติดต่อเครือข่ายอาชญากรรมผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม และมีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ย่านเมืองทองธานี จ.นนทบุรี
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรีพ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ร่วมกันประชุมสั่งการ โดยมอบหมายให้ชุดสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สภ.ปากเกร็ด นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ และ พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันวางแผนในปฏิบัติการทลายรังสแกมเมอร์กลางเมืองครั้งนี้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ขอให้มีสติและใช้วิจารณญานเป็นพิเศษในการสนทนาหรือแชท โดยเฉพาะกับบุคคลแปลกหน้าทางช่องทางออนไลน์ที่ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อน หากพบเบาะแสหรือความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเกิดการกระทำความผิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม สามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสายด่วนรับแจ้งเบาะแสอาชญากรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 1599 หรือสายด่วนแจ้งเบาะแสสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178