ป้าแต๋น แถลงพร้อมทีมทนาย เตรียมฟ้องสื่อ-บุคคล ทำให้เสียหาย
สุรัตนา เพชรงาม
30 ธันวาคม 2566

30 ธ.ค. 66 นางสาวสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น แถลงข่าวพร้อมทีมทนายความ ที่สำนักงานทนายความธรรมรังสี โดยทนายความ อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า หลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา คดีน้องชมพู่ ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์และยังไม่ถึงที่สุด แต่มีบุคคลและสื่อจำนวนมากออกสื่อ สร้างความเสียหายให้กับ ลุงพล ป้าแต๋น รวมถึงคนในครอบครัวและทีมทนายความ

ดังนั้น ลุงพล ป้าแต๋น และทีมทนายความ จึงจะดำเนินคดีกับบุคคลและสื่อ ที่ทำให้เกิดความเสียหายทุกคนทั้งทางแพ่งและทางอาญาจนถึงที่สุด ซึ่งการแถลงข่าววันนี้ เป็นการแถลงข่าวเพียงสั้นๆ ก่อนที่ทนายความจะบอกว่า “จบการแถลงข่าว”
นักข่าวจึงพยายามสอบถามว่าแบบไหนถึงจะเข้าข่ายที่ป้าแต๋น และทีมทนายความ จะฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่ง ป้าแต๋น ระบุว่า ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ยังไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นสื่อใดหรือบุคคลใด พร้อมกับระบายว่าตนเองและครอบครัวถูกกระทำด้านความรู้สึกมาตั้งนานแล้ว จึงอยากออกมารักษาสิทธิ์เพราะห่วงความรู้สึกลูก เนื่องจากลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เล่นโซเชียลมากขึ้น แม้ที่ผ่านมาลูกจะให้ให้กำลังใจบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ตนเองก็ยังกังวล

เมื่อถามว่าเนื้อหาแบบไหนที่ทำให้ต้องมาดำเนินคดี ป้าแต๋น บอกว่า ช่องไหนที่นำเสนอตามความจริงและเป็นกลางก็จะไม่ดำเนินคดี แต่หากช่องไหนมีการบิดเบือน นำเสนอเรื่องที่ไม่จริง ก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับผู้การแต้ม หรือ รายการโหนกระแส หรือไม่ ป้าแต๋น ยืนยันว่า ไม่เกี่ยว ไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินฟ้อง แต่แย้มว่ามีบางสื่อที่เข้าข่าย แต่ต้องรอตรวจสอบก่อน หากหลังจากนี้พบว่ายังนำเสนอข้อมูลไม่จริงที่สร้างความเสียหาย ก็จะดำเนินคดี
ส่วนกรณีที่ผู้การแต้ม ยื่นสรรพากรให้ตรวจสอบรายได้นั้น ป้าแต๋น บอกว่า พร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ได้กังวลอะไร เป็นสิทธิ์ของผู้การแต้มที่สามารถยื่นได้
ส่วนที่ตอนแรกแจ้งหมายข่าวว่าลุงพลจะมาแถลงข่าวด้วย แต่สุดท้ายไม่มานั้น ป้าแต๋น บอกว่า อยากให้ลุงพลพักผ่อนและงดออกสื่อช่วงนี้ก่อน เพราะตั้งแต่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา ลุงพลก็ถูกโจมตีอย่างหนักโดยเฉพาะแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งยูทูบและติ๊กต๊อก ที่มีการนำเสนอข้อมูลเท็จสร้างความเสียหายทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุด
ส่วนกรณี ที่มีการกล่าวหาว่าป้าแต๋นปิดช่องยูทูบ เพื่อเรียกร้องความสงสาร ยืนยันว่าไม่ได้ปิดช่องเอง แต่ทางยูทูบอีเมลมาบอกว่าละเมิดกฎชุมชนทำให้ปิดช่องไป แต่ตอนนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ ไปแล้ว เพราะยูทูบถือเป็นรายได้หลัก ซึ่งเมื่อมีปัญหาก็ต้องหารายได้ใหม่ ทั้งขายของและเปิดช่องใหม่

ซึ่งยังมีแฟนคลับที่ยังเชื่อใจกลับมาติดตามเหมือนเดิม พร้อมยืนยันไม่ได้แตกหักกับยูทูบเบอร์ ไม่มีปัญหาส่วนตัวกัน ต่างคนต่างแยกย้ายทำคอนเทนท์ในช่องของตัวเอง ไม่ได้แบ่งรายได้กัน
ส่วนความคืบหน้าในการอุทธรณ์คดี ทนายความ บอกว่า ขณะนี้ยังรอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มจากศาล โดยแนวทางการต่อสู้จะใช้หลักฐานเก่าในการอุทธรณ์