รัฐเร่งเจรจา “ดอร์น่า สปอร์ต” ต่อสัญญา Moto GP ในไทย
น้ำฝน อีจัน
11 มีนาคม 2568

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึง ความคืบหน้าการต่อสัญญาจัดการแข่งขัน MotoGP ว่า ทางรัฐบาลสนับสนุนมากขึ้นทุกปี ซึ่งกีฬาที่เป็น อาชีพ รัฐบาลสนับสนุนให้ในส่วนที่เป็นการเริ่มต้น ส่วนภาคเอกชนที่เข้ามา ตลอดเวลา 7 ปีที่ประเทศไทยจัด ได้ประโยชน์แน่นอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา กำลังพิจารณาว่าอยากให้สัญญาเป็นเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆที่จะเอื้อให้กับประเทศไทย ในฐานะที่รัฐบาลสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องหารือกับภาคเอกชนด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ในฐานะที่เราเป็นลูกค้าเก่า หากต่อสัญญาเลย โดยไม่มีการเจรจาต่อรอง จะทำให้เราเสียประโยชน์ได้ แต่ยืนยันว่าการจัดอีเว้นท์ ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย และไม่อยากให้เปรียบเทียบการแข่งขันระหว่าง Formula One และ MotoGP ซึ่งทั้ง 2 ประเภท ไทยพร้อมจัดอยู่แล้ว และหากจัดได้จะดีมาก

นายสรวงศ์ ยังยืนยันว่า หากมีการต่อสัญญา จะเป็นผลดี และหากไม่ต่อจะทำให้เราเสียประโยชน์ด้วยซ้ำ แต่ยืนยันว่าต้องคุยกันในเรื่องรายละเอียด ซึ่งนายกรัฐมนตรีและตนก็อยากต่อ แต่อยากให้เข้าใจว่าเป็นช่วงของการพูดคุยกัน ระหว่างภาครัฐและเอกชนผู้ที่ถือลิขสิทธิ์
ส่วนการจัดการแข่งขัน MotoGP จะเป็นสนามเดิมหรือไม่ นายสวงศ์ ยอมรับว่าใช่ เพราะมีเพียงสนามเดียว และยืนยันว่าบริษัทผู้จัดแข่งขัน MotoGP ยังรอการพูดคุยกับรัฐบาลไทยอยู่ และตนได้ส่งผู้แทนไปเจรจา ก่อนจะไปพูดคุยด้วยตัวเองว่าจะสามารถสนับสนุนอะไรภาครัฐได้บ้าง
ทั้งนี้ นายสรวงศ์ ได้กล่าวขอบคุณ นายเนวิน ชิดชอบ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีดึงรายการนี้เข้ามา และก่อประโยชน์ให้ประเทศไทยมหาศาล เพียงแต่ประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องสนามแข่งที่มีมาตรฐานเพียงสนามเดียว การจะทำสนามใหม่เหรือเพิ่มสนาม ต้องไปคุยกันในระยะยาว ส่วนตั้งเป้าว่าจะมีเงินสะพัดเท่าใดนั้น ยืนยันว่า ตัวของผู้จัดและรัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงกำไร แต่ในภาพรวม MotoGP มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5000-6000 ล้านบาทแน่นอน ซึ่งปีนี้โชคดีที่ได้รับเกียรติเป็นสนามเปิด และมีกิจกรรมใน กทม. มากกว่าปกติ ยืนยันว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ MotoGP ยังอยู่คู่กับคนไทย และอยากให้มั่นใจ และตนก็เป็นคนหนึ่งที่ให้มีรายการนี้ในไทย