สถิติฆ่าตัวตายในไทยพุ่งต่อเนื่อง กรมสุขภาพจิต ชี้ ยังน่าห่วง

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

สถิติฆ่าตัวตายในไทยพุ่งต่อเนื่อง กรมสุขภาพจิต ชี้ ยังน่าห่วง

องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 10 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก เพื่อให้ตระหนัก และให้ความสนใจกับการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายมากขึ้น

ปีนี้ (2562) สมาคมเพื่อการป้องกันการฆ่าตัวตายนานาชาติ (International association for suicide prevention) ประกอบไปด้วย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ครอบครัวและเหยื่อผู้พยายามฆ่าตัวตาย รวมไปถึงสื่อสารมวลชน ได้ร่วมกำหนดคำขวัญในการรณรงค์ประจำปี พ.ศ. 2562 นี้ว่า “Working Together to Prevent Suicide” 

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายในประเทศไทย ยังน่าห่วง เพราะภาพรวมอัตราการฆ่าตัวตายทั้งประเทศ อยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยในปี 2561 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,137 คน แบ่งเป็นชาย 3,327 คน คิดเป็น 80% เป็นหญิง 810 คน คิดเป็น 20% และพบว่า วัยแรงงาน ช่วงอายุ 25-59 ปี เป็นวัยที่ฆ่าตัวตายสำเร็จสูงสุด 74.7% รองลงมาเป็นวัยสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 22.1% และวัยเด็ก อายุ 10-24 ปี 3.2% ตามลำดับ นอกจากนี้มีผู้ทำร้ายตัวเองจนเสียชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ 345 รายต่อเดือน และมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ยวันละประมาณ 11-12 ราย

ขอบคุณภาพจาก : https://scattergorieslists.com/11-reasons-teenage-depression-causes-symptoms-diagnosis/

โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลในการฆ่าตัวตายสำเร็จ ได้แก่

1.) ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ คือ ความน้อยใจ ถูกดุด่า ตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิดพบ 48.7% ความรัก หึงหวง 22.9% และต้องการคนใส่ใจ ดูแล 8.36%

2.) ปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด พบว่า มีปัญหาการดื่มสุรา 19.6% มีอาการมึนเมาระหว่างทำร้ายตนเอง 6% และปัญหาด้านการเจ็บป่วยทางจิต พบภาวะโรคจิต 7.45% โรคซึมเศร้า 6.54% และมีประวัติการทำร้ายตนเองซ้ำ 12%

นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังกังวลกับการนำเสนอข่าวการฆ่าตัวตายของสื่อมวลชน โดยเฉพาะการฆ่าตัวตายแบบรมควัน ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังเสพข่าวที่บรรยายถึงวิธีการโดยละเอียดจากสื่อซ้ำบ่อยๆ รวมถึงขึ้นอยู่กับสัดส่วน ความถี่ และปริมาณข่าวสารที่ได้รับด้วย

ขอบคุณภาพจาก : http://sumarioyucatan.com/si-dejas-de-hacer-cosas-que-te-hacen-feliz-cuidado-puedes-tener-depresion/

สำหรับวิธีป้องกัน คนรอบข้าง ครอบครัว คนใกล้ชิด ควรสังเกต หากพบว่ามีอาการเศร้า เบื่อ เซ็ง แยกตัว คิดวนเวียน นอนไม่หลับ มองโลกในแง่ลบ หรือโพสต์ข้อความเชิงสั่งเสีย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ หมดหวังในชีวิต ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกของโรคซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ให้รีบเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือพร้อมรับฟัง ตามหลัก 3 ส. คือ

1. สอดส่อง มองหา ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือผู้ที่มีการส่งสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตาย

2. ใส่ใจรับฟัง ด้วยความเข้าใจ ชวนพูดคุย ให้ระบายความรู้สึก ไม่ตำหนิหรือวิจารณ์ โดยการรับฟังอย่างใส่ใจนั้นเป็นวิธีการที่สำคัญมีประสิทธิภาพมาก

3. ส่งต่อเชื่อมโยง เช่น การแนะนำให้โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแอพพลิเคชั่นสบายใจ (Sabaijai) แนะนำให้ไปพบบุคลากรสาธารณสุขหรือช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน

ทุกชีวิตมีคุณค่า จันเชื่อว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมีทางออกเสมอ