เตือน สันธนะ…อย่าบิดเบือนความจริง?
migrator
13 มกราคม 2564

ใครกันบิดเบือนความจริง!!!
เตือน สันธนะ…อย่าบิดเบือนความจริง?
หลังจากเหตุการณ์ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ. ตร. มีคำสั่งให้ตรวจค้นตลาดแอร์พอร์ทเพื่อหาเครื่องสำอาง เเละสินค้าผิดกฎหมาย โดยตรวจค้นตั้งแต่วันที่ 2 – 6 พ.ค. 61 ตรวจค้นไป 259 ร้าน พบว่ามีร้านผิดกฎหมาย 186 ร้าน ยึดสิ่งของที่ผิดกฎหมายได้ 2,868 รายการ 320,783 ชิ้น ยึดเครื่องจักรผลิตภัณฑ์ 7 เครื่อง มีการแจ้งความผิดก่อสร้างอาคารโดยผิดกฎหมาย 7 คดี และดูหมิ่นเจ้าพนักงานและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ต่อเจ้าพนักงานอีก 1 คดี ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันติดหมายห้ามใช้อาคารแล้ว

ขณะการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตผู้กำกับการสันติบาล 2 ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บ.พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ออกมาโวยวาย ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบตลาด ทำให้แม่ค้าที่มาขายของได้รับความเดือดร้อน จนทำให้เกิดความวุ่นวายตลอดการตรวจค้น

จนวันที่ 7 พ.ค. 61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ได้นำกำลังเข้าค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น พบเป็นที่ตั้งของบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด และได้ค้นไปที่ชั้น2 ของอาคารพลาซ่าริมน้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นห้องทำงานของ พ.ต.ท.สันธนะ โดยนำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาหลักฐานทั้งลายนิ้วมือทั้งหมด ภายหลังการตรวจค้น พ.ต.ท. สันธนะ ได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมไลฟ์สด ประกาศขอคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยโทรศัพท์ไปหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ จำนวน 2 ครั้ง แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่รับสาย เเละให้เวลา 30 นาที ต้องโทรมาเคลียร์ ถ้ายังเฉยจะแฉข้อมูลเบื้องหลังตำรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมืองนั้น เเละเริ่มแถลงข่าวทันที โดยอ้างว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีสัญญาใจกับตนอยู่ ซึ่งตนยังเคยโทรศัพท์ไปหาหลายครั้งเเล้ว


ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรกลับมา โดยใช้เวลาในการพูดคุยเพียง 19 วินาที ซึ่งมีบทสนทนา จากทาง พ.ต.ท.สันธนะ ว่า “แป๊ะ…แป๊ะพูดหรือเปล่า พี่ต่อ สันธนะ ยุ่งไหม อ๋อ…อยู่บุรีรัมย์ มา ครม สัญจร เดี่ยวโทรกลับนะ โทษทีน้อง" พ.ต.ท.สันธนะ เงียบสักพัก ก่อนจะเริ่มแถลงข่าวต่อ โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าจะเชื่อมโยงทำให้ตลาดแอร์พอร์ตโดนบุกค้น โดยกล่าวว่า "การบุกค้นตลาดเกิดจากความไม่พอใจตน เขาเลือกค้นตลาดเพราะมีประเด็นเกาะกระแสได้ พี่ๆ เขาก็ต้องการให้ตนเข้าไปกราบขอขมา แต่ตนเป็นคนกระด้างก็ไม่ได้เดินทางไป แต่สำหรับพี่ๆ แล้ว น้องคนนี้มีแต่ครับอย่างเดียว ตนรู้ว่าหลังจากนี้ใครจะมาดูแลตลาดต่อ แต่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากพูดถึง ส่วนการยกเลิกสัญญากับกรมธนารักษ์นั้น มันยังมีขั้นตอนทางกฎหมายอีกเยอะ มีขั้นตอนในศาลปกครองอยู่ ส่วนเรื่องจะเข้าค้นบัญชี กรอบรูปและนามบัตรตนในห้องทำงานชั้น 2 อาคารพลาซ่าริมน้ำ ก็ต้องเรียนว่าเป็นห้องที่ตนไม่ได้อยู่แล้ว ก็ได้ทิ้งขยะไปเท่านั้น ไม่รู้ทำไมถึงจะไปตรวจสอบเอกสารเหล่านี้


ช่วงเย็นในวันเดียวกัน พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ก็ได้ออกมาชี้เเจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้มีใครเกิดความเข้าผิด โดยชี้แจงว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีภารกิจเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่ออำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสะดวกในทางการจราจรของคณะรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ในระหว่างที่ปฏิบัติภารกิจ ถ้ามีใครโทรเข้ามาจะไม่รับสาย เเต่เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ หรือว่างจากภารกิจก็จะโทรกลับไปยังหมายเลขนั้น ซึ่งในตอนนั้นก็ได้โทรกลับไป และเพิ่งทราบว่า เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.สันธนะ จึงเเจ้งให้ทราบว่าติดภารกิจอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นก็วางสายไปโดยไม่ได้สนทนาเพิ่มเติม พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยอีกว่า ข่าวที่เผยแพร่ออกไป ตนอยากจะเตือน พ.ต.ท.สันธนะ ว่าอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงในส่วนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่ได้รับสาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด


เเต่วันที่ 8 พ.ค.61 พ.ต.ท.สันธนะ ได้ออกมาชี้เเจงกับสื่ออีกครั้ง หลัง พ.ต.อ. กฤษณะ เตือนตนว่าอย่าบิดเบือนความจริง ซึ่งตนยืนยันว่า ตนไม่ได้บิดเบือนข้อความ เพราะเมื่อวานนี้ตนอยู่ต่อหน้าทุกท่าน ทุกข้อความที่พูดที่ได้ยิน ก็เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากตนพร้อมย้อนเล่าให้ฟังเมื่อครั้งจะมีการประชุมเลือกตั้ง ผบ.ตร. เมื่อปี พ.ศ.2558 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรมาคุยกับตน ยันไม่ใช่การทวงบุญคุณ และให้สื่อมวลชนไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเอง ถ้าท่านฟังอยู่อยากจะบอกว่า “รักนะ” พร้อมชี้เเจงเรื่อตลาดแอร์พอร์ต มีการเรียกรับเงินจากผู้ค้า ซึ่งยืนยันว่าไม่มีมาเฟียเรียกรับเงินจากผู้ค้า มีแต่ขอความร่วมมือ กับผู้ค้าเรียกเก็บเงิน ค่าส่วนกลาง เท่านั้น โดยมีกรรมการคอยตรวจสอบ และออกใบเสร็จรับเงินให้ โดยจะนำเงินไปปรับปรุงตลาด และเป็นค่าใช้จ่ายให้รปภ. ทั้งนี้ขอยืนยันว่าในตลาดแห่งนี้ไม่มีมาเฟีย เรียกเก็บเงินกับผู้ค้า
