ต้นปี 2569 ฟากฟ้าเสิร์ฟ 4 ปรากฎการณ์ใหญ่ มาให้มนุษย์เห็น 3-4 ม.ค. นี้

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

3 มกราคม 2569

ต้นปี 2569 ฟากฟ้าเสิร์ฟ 4 ปรากฎการณ์ใหญ่ มาให้มนุษย์เห็น 3-4 ม.ค. นี้

เข้าสู่ปี 2569 ศักราชใหม่ที่ไม่ธรรมดา เมื่อท้องฟ้าเหมือนพร้อมใจกัน “เล่นใหญ่” ตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 3-4 มกราคม 2569 นี้ ที่จะเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญบนฟ้าหลายเหตุการณ์ ทั้งทางดาราศาสตร์และอวกาศ ซึ่งบางปรากฏการณ์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากประเทศไทยอีกด้วย จะมีอะไรบ้าง “อีจัน” สรุปมาให้ทุกคนแล้วครับ 

เริ่มจาก ฝนดาวตกควอดแดรนติดส์ (Quadrantids) ปรากฏการณ์ฝนดาวที่มีอัตราการตกแรงที่สุดในต้นปี ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นช่วงปลายธันวาคม ถึงต้นมกราคม โดยครั้งนี้ จะพีคในช่วงเวลาเช้ามืดของวันที่ 4 มกราคม เวลาประมาณ หลังเที่ยงคืนถึงก่อนฟ้าสาง (ราว 01.00 – 05.00 น. ตามเวลาไทย) ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเห็นได้มากกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง 

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย จุดกำเนิดดาวตกอยู่ค่อนข้างต่ำ และปีนี้มีแสงจันทร์สว่าง ที่อาจกระทบการมองเห็นได้จำนวนเพียง 10-30 ดวงต่อชั่วโมง ในพื้นที่ที่ฟ้ามืดและฟ้าเปิด แต่ก็ยังถือเป็นฝนดาวตกแรกของปี ที่ทุกคนมีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

ฝนดาวตกควอดแดรนติดส์ (Quadrantids)

ในคืนใกล้กันคือ จันทร์เต็มดวงครั้งแรกของปี 2569 หรือ Wolf Moon ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ดวงจันทร์จะสว่างเต็มดวงให้เห็นชัดทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเวลา หัวค่ำของคืนวันที่ 3 มกราคม (พระอาทิตย์ตกดิน) ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 4 มกราคม โดยคนไทยทุกคนจะมองเห็นได้ตลอดคืน แบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ 

จันทร์เต็มดวง หรือ Wolf Moon

ขณะเดียวกัน วันที่ 4 มกราคม 2569 ช่วงเวลาประมาณ 00.15 น. โลกจะเข้าสู่ตำแหน่งที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในรอบปี หรือ Perihelion ซึ่งจะมีระยะห่างกว่า 140 ล้านกิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงทุกปี แต่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในประเทศไทย เนื่องจากเวลานั้นเป็นช่วงกลางคืนของไทย และปรากฎการณ์นี้ ไม่ได้ทำให้อากาศร้อนขึ้น แต่เป็นเพียงจังหวะหนึ่ง ของการโคจรของโลกในระบบสุริยะเท่านั้น

โลกเคลื่อนตัวใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด (Perihelion)

ปิดท้ายด้วย สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่มีช่วงโคจรผ่านท้องฟ้าไทยในสัปดาห์แรกของปี โดยรอบนี้คาดการณ์ว่า พื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน จะสามารถมองเห็นเป็น จุดสว่างเคลื่อนที่เร็วบนท้องฟ้าได้ชัดเจน  ขณะที่ภาคกลางโอกาสมองเห็นน้อย และภาคใต้จะไม่เห็นในรอบนี้ (เวลาคาดการณ์ เช้ารุ่งประมาณ 05.00 น.)

การผ่านแต่ละครั้งของ ISS จะใช้เวลาเพียง ประมาณ 3–6 นาที และจะเกิดช่วงเวลารุ่งเช้า โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ 

สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) โคจรผ่านท้องฟ้าไทย

ทั้งหมด 4 ปรากฎการณ์นี้ ทำให้ต้นปี 2569 กลายเป็นช่วงเวลาที่สร้างความทรงจำต่อทุกคน ด้วยฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยปรากฏการณ์ ทั้งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และที่เกิดขึ้นจริง คล้ายกับจักรวาลมอบของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้เลย แถมตรงกับวันหยุดอีกด้วย ห้ามพลาดนะครับ !!