กองปราบฯ ยื่นสำนวนคดี “แอม ไซยาไนด์” ที่เหลือ 14 คดี ให้อัยการ
แพทตี้ อีจัน
26 พฤศจิกายน 2567

ช่วงนี้ “แอม ไซยาไนด์” โดนหนัก งานเข้ารัวๆ
หลังจากศาลได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” ในคดีแรก
วานนี้ (25 พ.ย.67) ทนายพัช หรือ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวัณวัฒน์ ได้เดินทางไปยังศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อยื่นเอกสารขอถอนตัวจากการเป็นทนายความให้กับนางสรารัตน์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ” โดยให้เหตุผลว่าความเห็นไม่ตรงกันหลายอย่าง และจะเตรียมยื่นฟ้องแม่ของแอมและพวก ในข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงานด้วย
ล่าสุด วันนี้ (26 พ.ย. 2567) พล.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม และพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้นำสำนวนคดีแอม ไซยาไนด์ อีก 14 คดี ยื่นให้พนักงานอัยการกองคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาการสั่งฟ้องต่อไป
สำหรับคดีลอบวางยาพิษทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน ประกอบด้วย
1.นางลัดดา มีเอกสารสอบสวน 1,806 แผ่น รวม 5 แฟ้ม
2.ด.ต.นิติพลธ์ เอกสาร 2,942 แผ่น รวม 7 แฟ้ม
3. พ.ต.อ.จามร เอกสาร 2,809 แผ่น รวม 6 แฟ้ม
4.นายเกิด เอกสาร 2,616 แผ่น รวม 7 แฟ้ม
5.นางพวงแก้ว เอกสาร 2,671 แผ่น รวม 6 แฟ้ม
6.พระสมเกียรติ เอกสาร 2,169 แผ่น รวม 6 แฟ้ม
7.นายเท่ง เอกสาร 1,953 แผ่น รวม 4 แฟ้ม
8. นายสงกรานต์ เอกสาร 869 แผ่น รวม 3 แฟ้ม
9.นายฐิฎิชัยเดช เอกสาร 1,932 แผ่น รวม 4 แฟ้ม
10. พ.อ.สายชล เอกสาร 2,716 แผ่น รวม 5 แฟ้ม
11. น.ส.นภพรรณ เอกสาร 2,760 แผ่น รวม 6 แฟ้ม
12. นางกานติมา เอกสาร 2,821 แผ่น รวม 6 แฟ้ม
13. นายไพบูลย์ เอกสาร 3,479 แผ่น รวม 8 แฟ้ม
และ 14 นางสาคร เอกสาร 2,868 แผ่น รวม 6 แฟ้ม

ทั้งหมดกล่าวหาแอม ไซยาไนด์ ในความผิดข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์วันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือพืชหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพย์หรือใช้ หลักการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ โดนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย
พล.ต.ท.ธนายุตม์เปิดเผยว่า คดีนี้ตนได้รับการมอบหมายให้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยมีทีมพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดที่พบผู้เสียชีวิตเข้าร่วมการสอบสวนรวมทั้งสิ้น 14 สำนวน สืบเนื่องจากคดีหลักที่ศาลได้พิพากษาคดีแรก เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย ผบช.ภ. 7 ได้ทำคดีมาอย่างต่อเนื่อง และนำสำนวนการสอบสวนให้ บช.ก. ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน และทำการสืบสวนสอบสวนทั้ง 14 สำนวน มีการประชุมรวบรวมพยานหลักฐาน พยานเอกสาร พยานบุคคล และผู้ชำนาญการ เชื่อมโยงร้อยเรียงสำนวนในแผนประทุษกรรมของแอม ในการกระทำความผิดครั้งนี้มีการไตร่ตรองไว้ก่อน มีมูลเหตุจูงใจวางแผนเชื่อมโยง ทุกสำนวนสอบสวนกองปราบปรามได้ร่วมมือกับทางนครบาลและภูธรติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง และมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง แอม ทั้ง 14 สำนวน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า การกระทำความผิดของคนร้ายรายนี้มีผู้เสียชีวิต 14 คน รอดชีวิตเพียง 1 คน หากไม่สามารถจับกุมได้อาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้ พฤติกรรมของคนร้ายมีความโหดเหี้ยม เลือดเย็น ใช้สารเคมีในอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันตรายต่อชีวิต เป็นการฆ่าแบบต่อเนื่อง ต้องขอขอบคุณพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ได้ทำงานกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ผบ.ตร.คาดหวังจะคืนความเป็นธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนและญาติผู้เสียชีวิตทุกคน ศาลและอัยการได้คืนความเป็นธรรมให้แก่ น.ส.ศิริพร หรือก้อย ผู้เสียชีวิตในคดีแรกได้ และทั้ง 14 คดีนี้ เป็นคดีที่สำคัญตนจึงเดินทางมามอบสำนวนให้แก่อัยการด้วยตัวเอง
พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า การพิจารณาสำนวนตัดสินคดีก้อย นั้น ทีมพนักงานสอบสวนได้นำคำพิพากษามาปรึกษากัน เพื่อเชื่อมโยงและร้อยเรียงการสอบสวนรวมถึงพฤติกรรมแผนประทุษกรรมของคนร้ายและสาเหตุว่ามีมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอย่างไร แม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์แต่ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนมั่นใจพยานหลักฐานทุกอย่างทั้งพยานบุคคล พยานเอกสารและพยานนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะพยานด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถโกหกหลอกลวงได้ จะยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหารายนี้ ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดมั่นใจได้ว่า ตำรวจให้ความสำคัญทั้งหมด รวมถึงในชั้นสืบพยานคดีนี้ด้วย ส่วนคำพิพากษาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะลงโทษผู้ต้องหาอย่างไร

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการอุทธรณ์คดีคำพิพากษาของก้อย นั้นทางพนักงานสอบสวนได้มีการปรึกษาหารือกับทางอัยการมาโดยตลอด และเชื่อว่ามั่นจะสามารถดำเนินการอย่างดีที่สุดในชั้นศาลอุทธรณ์
ขระที่ นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้รับสำนวนจากทางตำรวจทั้ง 14 สำนวน ขั้นตอนต่อไปจะมอบหมายให้อัยการพิจารณาสำนวนและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เมื่อสำนวนมีจำนวนมากจะต้องมีการพิจารณาที่จะจ่ายสำนวนให้แก่พนักงานอัยการในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผลคำพิพากษาในคดีแรกนั้น ก็จะต้องดูเป็นรายคดีไป ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีผลต่อคดีอื่นหรือไม่อย่างไร ต้องพิจารณาเป็นรายคดี
หากมีความคืบหน้า ‘อีจัน’ จะอัปเดตให้ทราบ