ฝ่ายมั่นคง ยัน! เช็ก DNA โจรปล้นทองแล้ว ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ตามข่าวลือ 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

7 ตุลาคม 2568

ฝ่ายมั่นคง ยัน! เช็ก DNA โจรปล้นทองแล้ว ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ตามข่าวลือ 

คืบหน้าผลพิสูจน์ DNA เหตุคนร้ายปล้นทองกลางห้างในพื้นที่ สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 

วันนี้ (7 ต.ค.68) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า จากเหตุคนร้ายปล้นทองกลางห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ส่งผลต่อผลกระทบจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นับเป็นการกระทำเยี่ยงโจร สะท้อนเจตนาที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุในการใช้ความรุนแรงเพื่อหวังประโยชน์ทางการเงิน เพื่อมาหล่อเลี้ยงกลุ่มขบวนการ แต่ยังมีบางกลุ่มกล่าวอ้างและพยายามบิดเบือนข้อมูล สร้างความเข้าใจผิด ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ        

ล่าสุด ผลการตรวจสอบหลักฐานซึ่งเป็นรถยนต์ที่พบจอดทิ้งไว้บริเวณบ้านตอออ หมู่ที่ 1 ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 คัน ตรงกับรถยนต์ที่ผู้เสียหาย 2 ราย แจ้งความว่าถูกปล้นรถยนต์ และได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ก่อนคนร้ายจะนำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุปล้นทองกลางห้างในพื้นที่ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ทราบรายละเอียด ดังนี้ 

คันที่ 1 รถยนต์ กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียนนราธิวาส ซึ่งเป็นรถของนายมะอูเซ็ง อายุ 63 ปี ชาวตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส  

คันที่ 2 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียนปัตตานี ซึ่งเป็นรถของนายการี อายุ 69 ปี ชาวตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส 

นอกจากนี้ DNA ที่เก็บได้ ระบุได้ชัดว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะผลพิสูจน์ DNA ในรถที่เกิดเหตุ พบว่าตรงกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงและจะได้ติดตามเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป   

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะแจ้งให้ทราบต่อไป และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือวัตถุต้องสงสัยหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร.1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง  

พร้อมย้ำว่า ผู้สนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่พักพิง ซ่อนตัว หรือจัดหาเสบียง ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

ช่วยกันแจ้งเบาะแสเร่งล่าโจรใต้แก๊งนี้กันด้วยนะคะ