กู้ภัยจีนมาสมทบ! เร่งช่วย 3 คนงาน ติดในอุโมงค์รถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่ม

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

27 สิงหาคม 2567

กู้ภัยจีนมาสมทบ! เร่งช่วย 3 คนงาน ติดในอุโมงค์รถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่ม

จากเหตุ ดินทรุดตัวภายในอุโมงค์รถไฟคลองไผ่ ช่วงคลองขนานจิตร ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 24 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีคนงานที่กำลังปฏิบัติงานขุดเจาะอุโมงค์ ติดอยู่ภายใน 3 ราย นั้น

ความคืบหน้า วันนี้(27 ส.ค. 67) นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในทั้ง 3 ราย ว่า ล่าสุดวันนี้เวลาประมาณ 05.00 น. ทีมกู้ภัย Hunan Sunshine จากประเทศจีน ซึ่งเป็นทีมกู้ภัยในพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยเดินทางมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อร่วมปฏิบัติงานกับทีมกู้ภัยของการรถไฟฯ ในการเร่งรัดให้ความช่วยเหลือคนงานที่ติดในอุโมงค์

ทั้งนี้ ได้มีการร่วมประชุมสรุปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์เบื้องต้น และแผนดำเนินการกู้ภัยตามมาตรการทางเทคนิคด้านความปลอดภัย ตลอดจนการกำหนดแผนกู้ภัยร่วมกันในระยะต่อไป ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่สั่งการให้การรถไฟฯ ประสานหน่วยงานด้านวิศวกรรมของภาครัฐและเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญมาเสริมทีมกู้ภัยเพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้เร็วมากขึ้น ภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด

สำหรับสถานการณ์ช่วยเหลือ ล่าสุดเมื่อคืน(26 ส.ค. 67) ที่ผ่านมา ตามที่ได้ดำเนินการสอดท่ออากาศที่ปั๊มออกซิเจนเข้าไปภายใน 2 จุด และดันท่อช่วยชีวิตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร ความยาวท่อนละ 6 เมตร เข้าไปแล้ว จำนวน 3 ท่อน (ตามแผนที่กำหนดไว้ จำนวน 5 – 6 ท่อน) แต่มีความจำเป็นต้องดึงท่อช่วยชีวิตออกเนื่องจากติดชั้นหิน จึงได้มีการปรับวิธีการให้ความช่วยเหลือเป็นการสร้างกล่องค้ำยัน เพื่อป้องกันดินและหินที่ไหลลงมาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการให้ความช่วยเหลือ

โดยล่าสุด ทีมข่าวในพื้นที่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ตรวจพบสัญญาณชีพผู้ประสบภัยทั้ง 3 รายแล้ว โดย 1 ราย สัญญาณชีพยังปกติดี ส่วนอีก 2 ราย สัญญาณชีพอ่อน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือหาทางเข้าไปช่วยเหลือให้ได้โดยเร็ว คาดว่าจะช่วยคนงานคนแรกได้ภายใน 16.00 น. วันนี้

นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งรายงานสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงดำเนินการปรับปรุงความปลอดภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐาน แนวทาง มาตรการ ระเบียบ ข้อกำหนด คู่มือการก่อสร้าง เอกสารที่แบบในสัญญาก่อสร้าง และให้ตรวจสอบสัญญาจ้างในส่วนของความรับผิดชอบการประกันภัย มาตรการเยียวยาให้กับผู้เสียหาย รวมทั้ง สั่งการให้ผู้รับจ้างและที่ปรึกษาควบคุมงานที่อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างของการรถไฟฯ ทั่วประเทศ ตรวจสอบความปลอดภัยของทุกโครงการอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีก โดยมุ่งเน้นให้คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ปฏิบัติงาน และให้ยึดถือการปฏิบัติงานตามคู่มือมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ และหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีกจะมีบทลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป