“หมอเปรม”กลับคำให้การ รับ สั่งแก้ผ้านักข่าว หวังศาลลดโทษ
migrator
13 มกราคม 2564

(22 ก.ค. 62) เวลา 09 .00 น. ที่ศาลจังหวัดพล ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ คดีเลขที่ อ.1519/60 ในข้อหาอนาจารและความผิดต่อเสรีภาพ ระหว่างฝ่ายโจทย์ คือ พนักงานอัยการจังหวัดพล กับ นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในฐานะโจทก์ร่วม กับฝ่ายจำเลย คือ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ ว่าที่ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ อดีต เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ซึ่งทางศาลจังหวัดพล ได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาจากวันที่ 11 มิ.ย. 62 มาเป็นวันที่ 22 ก.ค.62 เพราะครั้งนั้น หมอเปรม อ้างว่า ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ ป่วย ไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ ซึ่งศาลก็อนุญาต




ผู้สื่อข่าวทั้งหมดขอเข้าพบและสัมภาษณ์หมอเปรม ภายในที่ทำการสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับหมอเปรมเป็นอย่างมาก หมอเปรมจึงได้วางแผนหลอกให้ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนัก เข้าไปในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เมื่อผู้สื่อข่าวทั้งหมดเข้าไปภายในห้อง กลับถูก หมอเปรมสั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลซึ่งเป็นลูกน้อง เก็บโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายภาพ ของผู้สื่อข่าวทั้งหมด พร้อมล็อคตัวผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ประจำ จ.ขอนแก่น แก้ผ้าประจาน
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนัก จึงเดินทางจึงแจ้งความเอาผิดกับหมอเปรม พร้อมพวกรวม 7 คน ที่ สภ.บ้านไผ่ ในข้อหา “ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับข่มขืนจิตใจ ให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการ และกระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล“ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ได้สรุปสำนวนคำฟ้องส่งให้กับอัยการจังหวัดพลเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2559 และคู่กรณีทั้งสองได้ต่อสู่คดีกันเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 21 มิถุนายา 2561ศาลชั้นต้นตัดสินให้หมอเปรมพร้อมพวกรวม 2 คน รับโทษจำคุกคนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากนั้นหมอเปรมกับพวกจึงได้อุทธรณ์ขอสู่คดีจนมาถึงวันนี้

ซึ่งวันนี้ นายปกาญจน์ นพศรี ทนายความของ นายก่อสิทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากทางฝั่งจำเลย คือ นายแพทย์ เปรมศักดิ์ และ ร.ต.บัวทอง ได้ขอกลับคำให้การใหม่ในชั้นอุทธรณ์ โดยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพื่อขอให้ศาลเห็นใจและลงโทษสถานเบา จากครั้งที่แล้วที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำเลยทั้ง 2 ให้จำคุกคนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ทางศาลอุทธรณ์ภาค4 จึงขอเลื่อนนัด ให้คู่ความทั้งสองฝั่งมาฟังคำพิพากษาใหม่อีกครั้ง โดยจะแจ้งให้ทั้งโจทย์และจำเลยทราบอีกครั้งว่าจะนัดมาวันไหน

ขณะที่ นายปกาญจน์ ทนายฝ่ายโจทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ผู้ต้องหาสามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ศาลท่านจะเห็นใจจำเลยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล เพราะจำเลยมามากลับคำให้การในชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ขึ้นอยู่กับว่าศาลท่านจะมีมุมมองอย่างไร