ขุนแผนเมืองอุดรฯ เมาถือปืนไปง้อเมียหลวง หลังช้ำรักกิ๊ก 52 คน แต่เมียเมิน เลยอาละวาด
ตาต้า อีจัน
3 พฤศจิกายน 2568

ขุนแผนเมืองอุดรฯ ช้ำรักจากกิ๊ก 52 คน
ขอกลับมาอยู่กับเมียหลวง แต่ถูกเมียเมิน
เมาหนัก อาละวาด ถือปืนขู่ง้อเมีย
ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เข้าระงับเหตุ ผัวเมาถือปืนโวยวายอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ที่บ้านดอนภู่ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังพยายามมาง้อเมียที่แยกทางกันมา 3-4 ปีแล้ว แต่เมียไม่ยอมคืนดี โดยมีเพื่อนบ้านถ่ายคลิปขณะผัวเมาโวยวายอาละวาดเกรงว่าจะเป็นอันตราย เหตุเกิดวันที่ 2 พ.ย. 68
ตำรวจพบ นางพิสมัย อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายประยงค์ อายุ 62 ปี อดีต พนักงานขับรถเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นอดีตสามี มีลูกด้วยกัน 3 คน แต่แยกทางกันนานแล้ว 3-4 ปี เพราะว่านายประยงค์เป็นคนเจ้าชู้ มีเมียน้อยจำนวนมาก จึงได้แยกทางกัน นายประยงค์ไปอยู่บ้านอีกหลังอยู่ข้างในหมู่บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ ซึ่งมีบ้านอยู่ 2 หลัง ส่วนตนอยู่บ้านหลังนี้กับลูก แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า วันนี้นายประยงค์เมาแล้วถือปืนมาข่มขู่จะมาขอคืนดี จะกลับมาอยู่บ้านด้วย แต่ตนไม่ยอม ไม่ขอคืนดี นายประยงค์จึงได้เอาปืนมาข่มขู่ ตนจึงแจ้งตำรวจ
ด้าน นายประยงค์ ยอมรับว่า ตนไปดื่มเหล้าในงานบุญ ที่วัดบ้านดอนภู่ จึงมีอาการมึนเมา ตนเคยเป็นพนักงานขับรถที่เทศบาลนครอุดรธานี ยอมรับว่าเป็นคนเจ้าชู้ ไม่ได้มีเมียน้อยแต่มีแค่กิ๊ก เทศบาลนครอุดรธานีมี 52 ชุมชน ตนก็มีกิ๊กทั้ง 52 ชุมชน ถ้ามี 100 ชุมชน ตนก็จะมีกิ๊ก 100 คน แต่ตอนนี้เขาเลิกไปหมดแล้ว ซึ่งตนขอแยกทางกับเมียไปอยู่กับกิ๊ก 4 ปี และวันนี้จะขอกลับมาอยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกกับเมีย แต่เมียไม่ยอมคืนดี เขาให้ตนไปนอนอยู่ริมถนน เขาบอกว่าจะเอาตนกลับคืนมาทำไม เขาพูดเหมือนตนเป็นหมา จะเอามาทำไมคนชั่ว ตนเห็นปืนวางอยู่ไม่รู้ว่าปืนใคร จึงถือปืนมาขู่เมียเท่านั้น ไม่ได้จะยิงหรือทำร้าย
นางพิสมัย เล่าอีกว่า ตอนนายประยงค์ออกไปอยู่กับเมียใหม่ ก็ขอโอกาส 4 ปี บอกว่าเกษียณจะกลับมาขออยู่ด้วย และนายประยงค์ก็กลับมาจริงๆ แต่ตนให้โอกาสทดลองอยู่ก่อน 3 เดือน แต่มีเงื่อนไขว่าต่างคนต่างอยู่ มีข้อแม้ว่า 1.ไม่ทำอาหารให้กิน ถ้าหิวให้ไปหาทำกินเอง 2.ไม่ซักผ้าให้ นายประยงค์ก็อยู่ได้แค่ 3 วันก็หนีไป 3-4 วัน ก็กลับมาเมาอาละวาด อ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านตัวเอง แล้วก็กล่าวหาตนว่ามีชู้ ทั้งที่ตนออกไปดูหมอลำกับลูกหลาน พอกลับมาบ้านก็โดนด่า และยังบอกว่าถ้าไม่อยากอยู่บ้านเขาก็จะเผาทิ้ง เมื่อทำตามข้อตกลงไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่ หรือหากจะหย่า ก็พร้อมที่จะหย่า แต่จะต้องแบ่งบ้านคนละ 2 หลัง และตนจะอยู่บ้านสองหลังนี้กับลูก ให้เขาไปอยู่ที่บ้านหนองใส ซึ่งมีบ้าน 2 หลังเท่ากัน จึงทำให้ตกลงกันไม่ได้
“จะไม่คืนดี เพราะมาทุกครั้งจะโวยวายจะฆ่าจะแกง หาว่ามีชู้ ไม่เอาผัวคืน ทั้งที่ตัวเองเป็นก่อน ทิ้งเมียกับลูกไปอยู่กับเมียน้อยนาน 4 ปี แต่พอจะกลับมาขอเมียคืนดี ก็ต้องคลานมาจากบ้านที่หนองใส แม้จะไกลแค่ไหนก็ต้องคลานมา 10 กม.ก็ต้องทำ แต่นี่มาขอคืนดีกับเมีย กลับมาด่า อีชั่ว อีสันxาน อีชาติหxา มึงมีชู้ เชื่อฟังคนอื่น พูดแบบนี้เหรอจะมาคืนดีกับเมีย”
น.ส.นุ่น อายุ 19 ปี เพื่อนบ้านและคนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนกลับมาจากทำบุญที่วัด ได้ไปส่งแม่ที่บ้าน แล้วเดินกลับมาจะมาเอากระเป๋าอยู่หน้ารถยายพิสมัย มาถึงคุณตาประยงค์ก็โวยวาย เดินด่าไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปหยิบเอาปืนสั้นมาถีบประตูรั้วบ้าน ตนไม่รู้ว่าเป็นปืนจริงหรือปลอม จึงบอกให้น้องถ่ายคลิปไว้ แล้วตนก็โทรแจ้งลูกสาวยายพิสมัย และโทรแจ้งตำรวจ ซึ่งคุณตามาอาละวาดบ่อย แม่ตนเคยเข้าไปห้าม ถูกลูกหลงจนปากแตก
ตำรวจ จึงได้ควบคุมตัว นายประยงค์ ขึ้นรถตำรวจไปที่โรงพัก ซึ่งนายประยงค์ยังคงพูดขอบคุณเมียที่แจ้งตำรวจมาจับตัวเองพร้อมยกมือไหว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเมาเหล้าประพฤติตนวุ่นวาย ควบคุมตัวและอาวุธปืนสั้นไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ส่วนอาวุธปืนสั้นตำรวจจะได้ตรวจสอบว่า ยังใช้การได้หรือไม่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการต่อไป