บิ๊กต่าย แถลงคดีรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ พบแอบติดถังแก๊สเพิ่ม แจ้ง 4 ข้อหาหนักโชเฟอร์
ขวัญ อีจัน
2 ตุลาคม 2567

จากกรณีโศกนาฏกรรมสุดสลดวานนี้ หลังรถบัสทัศนศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุไฟไหม้ จนมีผู้เสียชีวิตเป็นครูและนักเรียน จำนวน 23 ราย นั้น
ล่าสุด วันที่ 2 ต.ค. 67 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเหตุรถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 67 จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 23 ราย และบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย นั้น โดยก่อนการแถลงข่าว บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รรท.ผบ.ตร.ได้เรียนเชิญทุกท่านร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า จากเหตุดังกล่าวนี้คุณครูสามารถพานักเรียนลงมาได้ 19 คน ครูลงมาได้ 3 คน ครูที่รถติดอยู่บนรถ 3 คนและมีนักเรียนที่ติดอยู่บนรถ 16 คน ส่วนนักเรียนที่ออกมาได้ 19 คนเข้าโรงพยาบาล 3 คน อีก 16 คนปลอดภัย ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์
หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของมูนิธิกู้ภัย ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามที่จะหยุดยั้งการกระจายของก๊าซ ที่เป็นเชื้อเพลิงในรถให้ได้ก่อน เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตลงมารวมแล้ว 23 ร่างด้วยกัน เป็นครู 3 ราย นักเรียน 20 ราย ทั้งหมดได้นำไปที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ โดยแพทย์และกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ร่วมกันตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของศพผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเราได้มีการตรวจนับจำนวนเด็กที่ปลอดภัยทั้งรถบัสคันที่หนึ่ง คันที่สอง และคันที่สาม และส่งเด็กกลับสู่จังหวัดอุทัยธานีเป็นที่เรียบร้อย

ในส่วนประเด็นในเรื่องของการดำเนินคดีนั้น ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยเมื่อคืนนี้หลังจากที่ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 ติดตามจับกุมตัวคนขับรถคันดังกล่าวก็ได้ตัวมาประมาณเกือบสองทุ่ม แล้วนำตัวมาสอบสวนยัง สภ.คูคต เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (ม.291) ,หลบหนี ไม่หยุดช่วยเหลือ ไม่แสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน (ม.78) ,ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ (ม.390) ,และ ขับรถประมาทหวาดเสียว ม.43 (4) ,และอาจจะแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส (ม.300) ซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างต้องรอผลจากใบรับรองแพทย์

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวไว้ ณ สภ.คูคต เตรียมที่จะนำตัวไปฝากขัง โดยทางคดีพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ สอบพยานที่เกี่ยวข้องแล้วหลายปาก, วัตถุพยานในที่เกิดเหตุ , ภาพบันทึกกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะผลตรวจพิสูจน์สภาพรถคันเกิดเหตุทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของรถบัสคันเกิดเหตุนั้น สพฐ.ตร.ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ตรวจสภาพและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ในเบื้องต้นพบว่ารถบัสคันดังกล่าวมีถังแก๊สเชื้อเพลิงจำนวน 11 ถัง พบเบื้องต้นจดทะเบียนถูกต้องเพียง 6 ถัง ส่วนที่เหลือ 5 ถัง ไม่อยู่ในรายการจดแจ้งกับเจ้าหน้าที่ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป หากพบว่ามีบุคคลหรือบริษัทใดเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนในการกระทำความผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ท้ายนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอความกรุณางดเผยแพร่ภาพ แชร์ภาพ แชร์คลิป ผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว