“สมรสเท่าเทียม” บังคับใช้แล้ว! คู่สมรส LGBTQ+ ได้สิทธิอะไรบ้างนะ?
แพทตี้ อีจัน
23 มกราคม 2568

เริ่มแล้ว! วันนี้ (23 ม.ค. 68) วันแรก “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ เป็นชาติแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ทุกคู่รักสามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสำนักทะเบียน 878 อำเภอ ทั่วประเทศ, สำนักงานเขต 50 เขตทั่ว กทม. และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ 94 แห่ง
โดยกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” หรือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ที่จะทำให้คู่รัก “LGBTQ+” หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างถูกกฎหมายนี้ ได้แก้ไขใจความหลักของการสมรส จาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคล” โดยเปลี่ยนถ้อยคำจาก “สามี-ภริยา” เป็น “คู่สมรส” ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ฉบับแก้ไขใหม่เพื่อรับรองสิทธิสมรสเท่าเทียม อีกทั้งมีการแก้ไขอายุขั้นต่ำสำหรับการหมั้นและการสมรส จาก 17 ปีบริบูรณ์ เป็น 18 ปีบริบูรณ์ และกำหนดรับรองสิทธิของคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ ให้มีสิทธิตามกฎหมายอื่น ๆ เหมือนกับสามี-ภริยา ได้ตามกฎหมายแพ่งเดิม
ดังนั้น บุคคลที่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ จะต้องเป็นบุคคลสองคนอายุ 18 ปีขึ้นไป ถ้าอายุยังไม่ถึง 20 ปี และไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้รับบุตรบุญธรรม และคนไทยสามารถจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติได้
เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่
– บัตรประชาชน หรือยืนยันตัวตนผ่าน App ( ThaiD )
– พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ
– หนังสือรับรองสถานภาพ (โสด )
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– หนังสือยินยอม (กรณีผู้มีอำนาจปกครองของผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่สามารถมายินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้)
– สัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี) กรณีเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทย

สิทธิและหน้าที่ที่มีผลบังคับใช้ทันที มีดังนี้
– การหมั้นและการสมรส
– การจดทะเบียนสมรส
– สิทธิในการใช้นามสกุลของคู่สมรส
– การรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
– การสมรสกับคนต่างชาติโดยใช้กฎหมายไทย
– การหย่าร้าง รวมถึงการฟ้องหย่าหากเลี้ยงดูผู้อื่นฉันชู้ และฟ้องค่าทดแทนจากชู้ โดยไม่จำกัดเงื่อนไขเรื่องเพศ
– การให้ความยินยอมต่อการรักษาพยาบาล กรณีที่คู่สมรส (ผู้ป่วย) ไม่อยู่ในสภาวะที่จะรับทราบข้อมูลสุขภาพเพื่อตัดสินใจรักษาพยาบาล
– การเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ ในกรณีที่ศาลสั่งให้คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
– การจัดการ “สินสมรส” หรือทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกัน หรือดูแลผลประโยชน์จากทรัพย์สิน และการจัดการหนี้สินร่วมกัน ทั้งนี้ “สินส่วนตัว” ของคู่สมรสฝ่ายหนึ่งสามารถจัดการทรัพย์สินของตัวเองได้ตามปกติ
– สิทธิในการรับมรดก
– สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี
– สิทธิได้รับประโยชน์และสวัสดิการจากรัฐในฐานะคู่สมรส
นอกจากนี้ ภาคเอกชนหลายรายยังตอบรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยการให้สิทธิได้รับประโยชน์และสวัสดิการในฐานะคู่สมรส เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนฌาปนกิจ สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น
คู่รัก LGBTQ+ สามารถจูงมือกันไปจดทะเทียนสมรสได้แล้ว วันนี้ (23 ม.ค. 68) ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ไหนใครไปจดทะเบียนสมรสมาแล้วบ้างคะ ขอแสดงความยินดีด้วยน๊าาา