ทหารรวบ 37 เขมร เดินเท้าลอบเข้าไทย แถวชายแดนสระแก้ว โดรนจับความร้อนพบทั้งคณะ

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

13 ตุลาคม 2568

ทหารรวบ 37 เขมร เดินเท้าลอบเข้าไทย แถวชายแดนสระแก้ว โดรนจับความร้อนพบทั้งคณะ

“บิ๊กต่าย” ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว มอบสิ่งของและสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ คฝ.ประจำแนวชายแดน เพื่อเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

วันนี้(13 ต.ค.68ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ บิ๊กตาย พร้อมคณะเดินทางมาปฎิบัติหน้าที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วในครั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่แนวหน้ารวมถึงได้มอบสิ่งของเพื่อการดำรงชีพและที่สำคัญคือการพูดคุยสอบถามว่าต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมบ้างหรือไม่โดยเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจด้านในทุกคนมีกำลังใจดีมากโดยทางผู้บังคับบัญชาได้พูดคุยและปรึกษารวมทั้งการเตรียมอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเข้ามาในพื้นที่ภายใต้กฎหมายอัยการศึก

บิ๊กต่ายได้กล่าวถึงสภาพด้านในพื้นที่ศูนย์อพยพบ้านหนองจานในอดีต ปัจจุบันมีสภาพบ้านเรือนของชาวกัมพูชาจำนวนห้าหลังซึ่งผู้อาศัยได้ย้ายออกไปทั้งหมดแล้ว แต่ในส่วนของพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในลักษณะเป็น ชุมชนที่หนาแน่นซึ่งเราได้กั้นแนวเอาไว้แล้วและยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรเกิดขึ้น โดยได้กล่าวว่าทุกขั้นตอนทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมฝูงชนทำงานตามขั้นตอนปฏิบัติและได้มีการถอดบทเรียนจากการประทะ กับชาวกัมพูชาครั้งที่ผ่านมาและเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามก็มีการพัฒนายุทธวิธีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นซึ่งเราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างสูงสุดภายใต้เงื่อนไขของยุทธการทหารและตำรวจจะยังคงทำหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยและปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายอย่างรอบคอบซึ่งเชื่อว่าตำรวจชุดควบคุมฝูงชนมีความชำนาญ ในการระงับ ยับยั้งเหตุการณ์ได้อย่างเรียบร้อยนอกจากนี้ตำรวจในพื้นที่ ที่อยู่แล้วชายแดนไทยกัมพูชาจะยังคงทำหน้าที่ในการพิทักษ์แนวหลังกรณีเกิดการอพยพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ยังได้ กล่าวถึง กรณีจับแรงงาน กัมพูชาที่ ลักลอบข้ามแดนจำนวน 37 รายดังกล่าว ภายใต้ สถานการณ์ ที่ประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้จะมีมาตรการที่จะผลักดันออกนอกพื้นที่ทันที โดยรายงานทั้ง 37 คนที่จับได้ในช่วงเช้ามืดวันนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องที่พัฒนารูปแบบในการลักลอบข้ามแดนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ได้พัฒนายุทธวิธีในการกดดันจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันให้คนเหล่านี้ลักลอบเข้ามาในพื้นแผ่นดินไทย เป็นการร่วมกันทำงานของหลายหน่วยงานโดย เฉพาะการ ใช้ เทคโนโลยี โดรนตรวจจับความร้อน เข้ามาปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแรงงานทั้ง 37 คน เมื่อเห็นโดรน ติดตามก็จะจนมุมไม่สามารถหนีได้

โดยเจ้าหน้าที่ที่ทำการจับกุมยอมรับว่าโดนเป็นหัวใจหลักสำคัญและหากมีปริมาณเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ทางโคกสูงตาพระยา/กระจายตัวทำงานก็จะสามารถเชื่อมโยงการปฎิบัติงานในการจับแรงงานลักลอบข้ามแดนได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจับกุมดังกล่าว อยู่ในบริเวณพื้นที่รอยต่อบ้านหนองจานและบ้านอ่างศิลา เป็นป่ารอยต่อที่แรงงานทั้ง 37 คนถูกนำพาโดยคนกัมพูชาด้วยกันเองผ่านด่านทุ่นระเบิดที่ยังไม่ได้รับการเก็บกู้เข้ามามายังฝั่งไทย โดยพฤติการณ์มีการนำแรงงานเข้ามาปล่อยครั้งละห้าถึงเจ็ดคนเจ้าหน้าที่พบเห็นตั้งแต่ช่วงเวลา 02:00 น. และได้ทยอยกดดันให้มารวมตัวกันและสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 37 คนในเวลา 04:00 น. ที่ผ่านมา โดยทั้งจำนวน 37 คน แยกเป็นชาย 22 คนและหญิง 15 คน รวม 37 คน จากการสอบถามเบื้องต้น โดยผ่านล่ามแปลภาษากัมพูชา

แรงงานทั้งหมดยอมรับว่าหลังจากที่เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อหลายเดือนก่อน โดยเชื่อว่าจะมีงานทำตามที่รัฐบาลกัมพูชาบอก แต่พอกลับมาที่ประเทศกัมพูชาแล้ว กลับไม่มีงานทำตามคำบอกเล่าของรัฐบาลกัมพูชา พวกตนจึงคิดจะหางานทำเนื่องจากครอบครัวกำลังขาดแคลนอาหาร จึงพยายามดิ้นรนลักลอบเดินทางข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งประเทศไทย เพื่อกลับไปทำงานกับนายจ้างคนไทยที่พวกตนเคยทำมาก่อน แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจับกุมเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวแรงงานเขมรทั้งหมด ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.โคกสูงดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป