ย้อนเส้นทาง อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112  

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

19 สิงหาคม 2567

ย้อนเส้นทาง อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112  

ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ของการเมืองไทยที่ต้องจับตา สำหรับคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกอัยการสูงสุดสั่งยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาในบางช่วงบางตอนที่พาดพิงถึงสถาบัน 

สำหรับคดีดังกล่าวนี้ หลายคนที่ไม่ได้ดูข่าวการเมืองอาจจะงงหรือสงสัยว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ นั้น ให้สัมภาษณ์ตอนไหนและเมื่อใด วันนี้ อีจัน ขอพาย้อนไทม์ไลน์ จุดเริ่มต้นของคดีดังกล่าวว่ามีที่มาอย่างไร จนเป็นเหตุให้อัยการสูงสุดถึงมีคำสั่งยื่นฟ้องในที่สุด 

คดีนี้ต้องย้อนไปในเดือน พ.ย. 58 อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศเกาหลีใต้ เดอะโชซอนมีเดีย (The ChosunMedia) เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และในบางช่วงบางตอนของการให้สัมภาษณ์นั้นได้มีเนื้อหาที่พาดพิงถึงสถาบัน จนในวันที่ 21 พ.ย. 58 ช่วงสมัยรัฐบาลคสช. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักพระธรรมนูญ กองทัพบก เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ในคดี ม.112 โดยคดีจะมีอายุความ 15 ปี ตั้งแต่ 2558-2573 

ต่อมาใน วันที่ 16 ก.พ. 59 พนักงานอัยการได้รับสำนวนคดี ม.112 ของนายทักษิณ และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จาก ปอท. ระหว่างนั้นทางสำนักงานอัยการได้ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 7 เดือน มีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิด ม.112 และ  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ขณะนั้น นายทักษิณ อยู่ต่างประเทศ จึงมีการออกหมายจับ  

อดีตนายกฯ ทักษิณ ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนับจากวันที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนั้น เป็นระยะเวลากว่า 7 ปีด้วยกัน จนวันที่ 22 ส.ค. 66 นายทักษิณ ชินวัตร ก็ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง และในวันที่ 17 ม.ค. 67 อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และคณะ พร้อมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหา พฤติการณ์และข้อเท็จจริงทางคดี นี้ให้กับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ขณะพักรักษาตัวระหว่างรับโทษทางคดีอื่น ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ 

ต่อมา อดีตนายกฯ ทักษิณ เข้ารายงานตัว พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 19 ก.พ. 67 แต่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ต่อมา นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสด ได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว พร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณา 

อัยการสูงสุดได้นัดฟังคำสั่งคดี หลังมีการพิจารณาสำนวนแล้ว มีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยว กับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(3) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 

พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้องได้ เนื่องจาก นายทักษิณ ชินวัตร ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นเอกสารเลื่อนฟังคำสั่งอัยการ เหตุเพราะติดโรคโควิด 19 โดยได้แนบใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันถึงอาการป่วย และต้องพักรักษาตัวเป้นระยะเวลา 7 วัน พร้อมขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย. 67 เวลา 09.00 น. 

วันที่ 18 มิ.ย. 67 อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิด ม.112 พร้อมนัดส่งฟ้องศาล ในเวลา 09.00 น. อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ยื่นขอประกันตัว และได้รับการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกันตัว 5 เเสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล 

และในวันที่ 19 ส.ค. 67 นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยจะต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบพยานและหลักฐาน ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป