สสส. ร่วม มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล จัดเสวนา ประเด็นครอบครัว “งานบ้านไม่เลือกเพศ”
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
20 พฤศจิกายน 2568

งานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของใครคนเดียว

สสส. สานพลังมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำรวจพบ คนไทย 90.7% หนุนคนทุกเพศ “ร่วมทำงานบ้าน” ปูพื้นฐานสู่การสร้างความเท่าเทียม ลดความรุนแรง แม้บางส่วนยังก้าวไม่ข้ามทัศนคติ “ชายเป็นใหญ่”

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ประจำปี 2568 “งานบ้านไม่เลือกเพศความเท่าเทียมเริ่มได้ที่ครอบครัว” โดยก่อนเริ่มงานได้มีการแสดงความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นเป็นละครเชิงสัญลักษณ์ “ WE TO ME ความเท่าเทียมเริ่มได้ที่ครอบครัว” โดยทีมเฉพาะกิจเธียเตอร์
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญของการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายทำงานเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนประเด็น สะท้อนปัญหา และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพราะความรุนแรงในครอบครัว เสี่ยงต่อการมีสุขภาวะไม่ดี หากไม่ได้รับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะปัจจุบันที่ปัญหามีความซับซ้อนขึ้น ผู้ถูกกระทำมีทุกเพศ ทุกวัย โดยมีปัจจัยกระตุ้นการก่อเหตุคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด


ข้อมูลล่าสุดที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้รวบรวมข่าวความรุนแรงในครอบครัวปี 2567 มีมากถึง 1,529 ข่าว เพิ่มจากปี 2566 ประมาณ 40% โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 448 ข่าว คิดเป็น 29.3% และยาเสพติด 412 ข่าว คิดเป็น 26.9% แบ่งเป็น ข่าวทำร้ายกัน 638 ข่าว คิดเป็น 41.7% ฆ่ากันในครอบครัว 562 ข่าว คิดเป็น 36.8% ฆ่าตัวตาย 235 ข่าว คิดเป็น 15.4% ความรุนแรงทางเพศของคนในครอบครัว 75 ข่าว คิดเป็น 4.9% และความรุนแรงในครอบครัวอื่นๆ 19 ข่าว คิดเป็น 1.2% เช่น ข่มขู่ เผาบ้าน ทำลายทรัพย์สิน

“การจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความเสมอภาควันนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นงานบ้านไม่เลือกเพศ ความเท่าเทียมเริ่มได้ที่ครอบครัว เพราะการทำงานบ้านร่วมกันของคนในครอบครัว จะเป็นฐานสำคัญในการนำไปสู่การเคารพกันทั้งในมิติภายในครอบครัวและสังคม เพื่อยุติปัญหาความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก การเอาเวลาที่เสียไปจากวงเหล้า วงพนัน เปลี่ยนมาทำงานบ้านรับผิดชอบครอบครัวจึงมีความสำคัญและเป็นการเริ่มต้นที่ทำได้ทันที” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว







ขณะที่ คุณลลนา ก้องธรนินทร์ หรือ “หมอเจี๊ยบ” ดารานักแสดง กล่าวว่า ตอนเด็ก คุณพ่อ คุณแม่ให้ตนช่วยงานบ้านเท่าที่อายุทำไหว เช่น เก็บที่นอน ล้างจานกวาดบ้าน ซึ่งท่านไม่ได้กดดันให้ทำ แต่เน้นสอนเรื่องความความรับผิดชอบกับระเบียบเรียบร้อยมากกว่า ทำให้โตขึ้นรู้สึกว่างานบ้านเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ดังนั้นตนคิดว่า การทำงานบ้านเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกทั้งวินัย การจัดการเวลา และความรับผิดชอบ แถมบ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบยังช่วยให้ใจเราสงบขึ้น อยู่แล้วไม่วุ่นวาย รู้สึกปลอดภัยขึ้น และทำให้คนในบ้านช่วยกันดูแลเหมือนเป็นทีมเดียวกัน ดังนั้น อยากให้ทุกคน ทุกเพศ มองการทำงานบ้านเป็นทักษะชีวิตที่ทุกคนควรรู้ ไม่ใช่เรื่องของเพศ เริ่มจากเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ฝึกตามวัย กล่าวชื่นชมเขาเวลาทำได้ดี และแบ่งหน้าที่กันอย่างยุติธรรม จะช่วยให้บรรยากาศในบ้านอบอุ่นขึ้น และเด็กจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้ดี




ช่วยๆกันเถอะครับ ครอบครัวจะได้มีแต่ความสุข แบ่งเบากันได้ จะได้ช่วยให้สุขภาพจิตดีต่อกัน





