ตร.ไซเบอร์ ร่วมสรรพสามิต ยึดบุหรี่ไฟฟ้าลอตใหญ่กว่า 5 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท
แพทตี้ อีจัน
11 กันยายน 2568

แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่เลือกใช้อย่างไม่สนใจผลกระทบต่อสุขภาพที่ตามมา แถมยังมีผู้ลักลอบจำหน่ายทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย
ล่าสุด วานนี้ (10 ก.ย.68) ตำรวจไซเบอร์-บช.สอท. รายงานว่า พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำทีมแถลงข่าวตำรวจไซเบอร์ ร่วมสรรพสามิต ฝ่ายปกครอง และ สภ.วิหารแดง ยึดบุหรี่ไฟฟ้าครั้งมโหฬารกว่า 6 แสนชิ้น รวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.วรศักดิ์ รอดสัมฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.สอท.2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 ร่วมกับ นายธีรัชพงศ์ อินทระ และ นายณัฐคง สารชาติ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิตร ร่วมกันสืบสวนขยายผลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ กทม. จนพบเบาะแสความเชื่อมโยงไปยังการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เยาวชนในพื้นที่ จ.สระบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง
จากการร่วมกันลงพื้นที่สืบสวน ทำให้ทราบว่า คนร้ายได้ใช้ยานพาหนะเป็นรถกะบะตู้ทึบ สีขาวตอนเดียว ในการขนส่งสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้า จึงได้มีเฝ้าสะกดรอยติดตามเรื่อยมา กระทั่งทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ได้ขนบุหรี่ไฟฟ้าไปเก็บรอพักเพื่อส่งให้ลูกค้า ณ โกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.บ้านลำ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี
จากการลงพื้นที่และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดของตำรวจไซเบอร์และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต วันที่ 9 ก.ย.68 เวลาประมาณ 11.30 น. ได้พบรถยนต์คันกล่าวบรรทุกบุหรี่ฟ้าจอดอยู่บริเวณโกดังดังกล่าว จึงได้วางกำลังปิดล้อมและเข้าแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่า กลุ่มชายหญิงที่อยู่ภายในโกดังรวมทั้งคนขับรถได้ไหวตัวทัน และวิ่งหลบหนีไปตามเส้นทางที่คาดว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งแกะออกจากกล่องแล้ววางอยู่บริเวณโกดังดังกล่าว และพบลังสินค้าจำนวนมากภายในโกดัง จึงได้ประสานฝ่ายปกครอง ปลัดอำเภอ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิหารแดง เข้าร่วมเข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว
ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง ได้แก่
บุหรี่ไฟฟ้า INFY (ดูดแล้วทิ้ง): 138,680 ชิ้น
-บุหรี่ไฟฟ้า Escobar (ดูดแล้วทิ้ง): 40,800 ชิ้น
– หัวพอต INFY: 374,000 ชิ้น
– เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า INFY: 6,350 ชิ้น
– รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ Isuzu สีขาว กระบะตอนเดียว
– กล่องบรรจุชั้นวางบุหรี่ไฟฟ้า (แบบพลาสติกสำหรับร้านค้า) จำนวน 3 ชุด
– เราเตอร์ Wi-Fi พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุด
– เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุด
รวมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทั้งหมด จำนวน 559,830 ชิ้น หากถูกปล่อยออกสู่ท้องตลาด คาดว่ามีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท

ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งขยายผลไปยังนายทุนผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดรวมทั้งบุคคลที่หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

