สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ชุบชีวิต “ผ้าไหมแพรวา” ราชินีแห่งไหมไทย

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

25 ตุลาคม 2568

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ชุบชีวิต “ผ้าไหมแพรวา” ราชินีแห่งไหมไทย

 “ผ้าไหมแพรวา” ราชินีแห่งไหมไทย

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ชุบชีวิตชาวบ้านและมอบคุณค่าให้ผ้าไหมไทย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมประชาชนที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทอดพระเนตรการแต่งกายของชาวผู้ไท ซึ่งห่มสไบเฉียงแพรวาสีแดงทับเสื้อแขนกระบอกสีดำและคราม นุ่งผ้าไหมมัดหมี่ จึงสนพระราชหฤทัย และเมื่อทรงทราบว่าการทอผ้าแพรวากำลังจะสูญหาย จึงโปรดเกล้าฯ ให้ส่งเสริมการทอผ้าที่บ้านโพน โดยพระราชทานเส้นไหมให้ชาวบ้านนำไปทอผ้าแพรวาแบบดั้งเดิม และสนับสนุนให้พัฒนารูปแบบจากหน้าผ้ากว้าง 1 ศอก ให้ยาวขึ้น และทอหลากหลายสี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ผ้าแพรวาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำรัส

“ข้าพเจ้าก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรดี ก็ได้เห็นชาวบ้านที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ โดยเฉพาะผู้หญิงใส่ผ้าซิ่นสวยงาม แม้ว่าจะดูเก่าคร่ำคร่า ฝีมือที่ทอ แบบที่ทอ ละเอียดงดงามมาก เป็นศิลปะที่งดงามของพื้นบ้าน ข้าพเจ้าจึงมีความคิดขึ้นมาว่า ทำไม ทำไมเราไม่ขอให้เขาทอผ้ามัดหมี่ลายต่าง ๆ ที่เขาใส่ ทำไมไม่ใช้ความงดงามของผ้ามัดหมี่ที่ชาวบ้านใส่มานั่งเฝ้าอยู่กับพื้นให้เป็นประโยชน์”

“ข้าพเจ้าบอกเขาว่า ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม ชาวบ้านก็บอกว่า พระราชินีจะเอาไปทำอะไร พระราชินีจะใส่ไปทำไม ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า ถ้าทอให้พระราชินีจะใส่ตลอด เขาจึงตกลง มีการเข้าชื่อกันว่าใครบ้างจะรับอาสาทอผ้าไหมมัดหมี่ถวาย แบบที่เขาใส่กัน ลายแปลก ๆ ข้าพเจ้าได้ให้เงินล่วงหน้าไว้กับคนที่จะทอให้ข้าพเจ้าทุกคน สังเกตเห็นว่าแววตาของเขาทั้งหลาย มีความหวังว่าเขามีงานทำ เป็นงานที่เขาคุ้นเคยและถนัด บางคนก็ทอผ้าฝ้ายใช้ แต่ทอผ้าไหมสำหรับใส่ไปทำบุญที่วัด ต่อมาเขาก็ทอให้ข้าพเจ้าเสมอ ข้าพเจ้าก็นำมาตัดเสื้อใส่ จากนั้นก็มีผู้อาสาทอผ้ามากขึ้น จึงได้โอกาสตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพขึ้น และชาวบ้านก็เริ่มทอผ้าส่งเข้ามามากมาย”