สืบนครบาล ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริด ยึดของกลางมูลค่าของกลางกว่า 30 ล้าน
อีจัน อ้วน
30 มกราคม 2569

สืบนครบาลทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริด รวบได้ทั้งคน รวบได้ทั้งของกลาง!
วันนี้(30 ม.ค.69) เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และ พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พร้อมชุดสืบสวนนครบาล ร่วมกันแถลงผลจับเครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริด หรือไอคอส โดยเข้าตรวจยึดได้จากบ้านหลังหนึ่ง ซอยนวมินทร์ 74 กรุงเทพฯ พร้อมจับผู้ต้องหาแอดมินและผู้ดูแลของกลางรวม 3 คน พร้อมของกลาง เครื่องสูบไอคอส ไอลูม่า และไส้บุหรี่ บรรจุในลังจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านบาท

โดยการตรวจค้นในครั้งนี้ เป็นการขยายผลการจับของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลร่วมกับ ตำรวจนครบาล 2 ตำรวจนครบาล 4 ร่วมกันสืบสวนสอบสวนขยายผลมาจาก กรณีที่มีการจับบุหรี่ไฟฟ้าที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 3 เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา จนมาพบสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นที่เก็บบุหรี่ไอคอส โดยจุดนี้ตรวจพบเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริด จำนวนประมาณ 500 เครื่อง ตัวมวนบุหรี่ไอคอส ประมาณ 4,300 คอตตอน หรือ 8 แสนชิ้น มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการขยายผลต่อ จนพบแหล่งเก็บย่านลาดกระบังที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ซุกซ่อนไว้อีกจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจนับของกลาง


ในส่วนของผู้ต้องหาจับกุมได้ที่บ้านหลังนี้ 2 คน คนนึงทำหน้าที่เป็นแอดมิน คอยรับลูกค้า ส่วนอีกคนทำหน้าที่นำสินค้าไปส่งตามจุดต่าง ๆ รวมถึงส่งทาง บริษัทขนส่งเอกชน ซึ่งบางรายมีการสั่งตั้งแต่ 30 ชิ้นไปจนถึง 200 ชิ้น ทั้งนี้การตรวจสอบภายในบ้านยังพบกล่องเปล่าขายไปแล้วอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็ยอมรับว่าทำมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท
ต่อมาเวลา 14.00 น. ผบก.สส.บช.น.พร้อมด้วยทีม ร่วมกันนำตัวผู้ถูกกล่าวหาซึ่งยินยอมพาเข้าตรวจค้นจุดที่ 2 บ้านหลังหนึ่ง ซอยพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบบริเวณภายในห้องชั้นล่างด้านหลัง พบลังจำนวนมาก ภายในบรรจุไส้บุหรี่ไอคอส รวมกว่า 200 ลัง กว่า 1 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท จึงยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง


ด้าน ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต ระบุว่า ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับ พรบ.สรรพสามิต 2560 ผู้ใดมีไว้ซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี ก็จะมีโทษปรับ ส่วนผู้ที่ขายมีโทษปรับ 5 – 15 เท่า สำหรับจุดนี้ก็จะมีอัตราภาษีจะอยู่ประมาณ 6,280,000 บาท คูณด้วยค่าปรับ 5 – 15 เท่า ทั้งนี้สินค้าจำพวกนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้นำเข้า จึงต้องประสานไปยังกรมศุลกากรเพื่อขยายผลหาผู้ประกอบการหรือเจ้าของมาดำเนินคดีต่อไป