เปิดวงจรปิด! โจรตัวดี รีดทรัพย์ นทท.ตุรกี 10 ล้าน คาด! เป็นเพื่อนรักทรยศ? 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

15 มกราคม 2568

เปิดวงจรปิด! โจรตัวดี รีดทรัพย์ นทท.ตุรกี 10 ล้าน คาด! เป็นเพื่อนรักทรยศ? 

ความคืบหน้ากรณี MR.MASIS ERKOL อายุ 36 ปี สัญชาติตุรกี นักธุรกิจเทรดหุ้น และมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอล (คริปโท, บิตคอยน์ ) ถูกคนร้าย 3 คน จับใส่กุญมือไพล่หลังแล้วรัดซ้ำด้วยสายเคเบิลไทร์ พร้อมมัดข้อเท้าด้วยสายไฟ แล้วบังคับเอาทรัพย์สิน ทั้งเโน๊ตบุ๊ก และเงินคลิปโท ไป รวมมูลค่า เกือบ 10 ล้านบาท ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป  

โดยเหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ ตี 1 ที่ชั้น 5 คอนโดแห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบุณย์กัญจนาราม (วัดหนองพังแค) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  



ล่าสุด พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เร่งสอบปากคำ นายมาซิส เออร์โคล ( MR.MASIS ERKOL ) อายุ 36 ปี สัญชาติตุรกี เป็นนักธุรกิจเทรดหุ้น และ มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอล ( คริปโทเคอร์เรนซี  , บิตคอยน์ )  ผู้เสียหายในคดีนี้ พร้อมทั้งยังมีการเชิญนิติของทางคอนโดที่เกิดเหตุ ไปสอบปากคำ ในกรณี กลุ่มคนร้ายได้ใช้กุญแจ ไขประตูไปนั่งรอผู้เสียหายในห้องได้อย่างง่ายดาย  

โดยล่าสุด วันนี้ (15 ม.ค.68) MR.MASIS ผู้เสียหาย เริ่มสงสัยเพื่อนสนิทชาวตุรกีด้วยกัน ซึ่งผู้เสียหายไว้ใจมาก ถึงขั้นให้คีย์การ์ดคอนโด และกุญแจห้อง ไว้เข้า-ออกพัก ได้อย่างตามสบาย แต่เพื่อนสนิทรายนี้ เพิ่งจะเดินทางกลับประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ก่อนจะมาถูกก่อเหตุดังกล่าว  

โดยเชื่อว่าเพื่อนสนิทรายนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน อีกทั้ง เพื่อนสนิทรายนี้รู้ว่าตนเองทำธุรกิจเกี่ยวกับการเล่นหุ้นสกุลเงินลิจิตอล ขณะที่ ดูภาพกล้องวงจรปิด ยิ่งทำให้มั่นใจว่า 1 ในผู้ก่อเหตุ น่าเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเพื่อนสนิทรายนี้ และเป็นการวางแผนบินข้ามประเทศมาก่อเหตุในประเทศไทย 

ทั้งนี้ ภาพกล้องวงจรปิด เวลา 12.09 น. 13 ม.ค.68 จับภาพกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวตุรกีทั้ง 3 คน มีการนัดหมายมาพูดคุยกันที่ร้านกาแฟ หน้าปากซอยที่เกิดเหตุ โดยมีการพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นกลุ่มคนร้ายเริ่มมีการเดินทยอยออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังคอนโดของผู้เสียหาย ซึ่งแต่ละคนจะสวมใส่หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า และพยายามเดินก้มหน้า ขณะที่เดินผ่านกล้องวงจรปิดภายในซอยดังกล่าว 

ขณะที่ กล้องวงจรปิด ในคอนโดที่เกิดเหตุ เวลา 15.54 น. จับภาพ 2 ใน 3 ผู้ต้องสงสัย ขึ้นลิฟต์ ที่บริเวณทางเดินชั้น 5 แล้วใช้มือเคาะประตูห้องของผู้เสียหาย ก่อนจะแกล้งทำทีเดินไปตามทางเดิน จากนั้นเหมือนจะมีชาวต่างชาติ คาดว่าจะเป็นลูกบ้านของคอนโดดังกล่าว มายืนมอง กลุ่มผู้ต้องสงสัยจึงเดินลงลิฟต์ไป จากนั้นทิ้งช่วงมาประมาณ 7 นาที 16.03 น.กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้กลับขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะไขประตูเข้าไปในห้องของผู้เสียหาย ซึ่งจากนั้นไม่นาน ผู้ต้องหาคนที่ 3 ก็ตามขึ้นมาที่ห้อง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์จับผู้เสียหายใส่กุญแจมือ รัดเคเบิลไทร์ ใช้สายไฟมัดเท้า ใช้ที่ปิดตา ปิดตา จับกดลงที่นอน แล้วบังคับให้โอนเงินคริปโท กว่า 10 ล้านบาท หลังจากมีการโอนเงินสำเร็จ กลุ่มผู้ก่อเหตุต่างพากันหลบหนีไป ก่อนที่ผู้เสียหายจะพยายามกระเสือกกระสนลงมาบริเวณชั้นล่างแล้วขอความช่วยเหลือกับ รปภ. โดยเส้นทางหลบหนีพบว่า เวลา 22.30 น. 1 ในผู้ก่อเหตุ เดินมาขึ้นรถรับจ้างที่บริเวณปากซอย  

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวทางการสืบสวน ยังพบว่า กลุ่มคนร้ายหลังก่อเหตุสำเร็จ ได้ไปรวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านถนนจอมเทียนสาย 2 ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี โดย 1 ในผู้ก่อเหตุ เดินทางออกจากประเทศไทย เวลา 06.15 น. ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 2 คนก็มีการยืนยันว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ระบุเที่ยวบิน   

ขณะที่รายชื่อผู้ก่อเหตุ ตำรวจยังไม่มีการออกมาเปิดเผย โดยเชื่อว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในการออกอนุมัติหมายจับ และประสานไปยังตำรวจสากลเพื่อออกหมายจับต่อไป 

หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ