ทบ.ชี้ ปะทะชายเเดนคลี่คลายลง หลังลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชม.
พอลลี่ อีจัน
28 ธันวาคม 2568

ข่าวดีของวันนี้คือ สถานการณ์การปะทะชายเเดนมีความเบาบางลง
วันนี้(28 ธ.ค.68) ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพ ได้ออกมาเเถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์ชายเเดนไทย-กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้มีการปะทะกันอย่างดุเดือดมากขึ้นจนทำให้ไทยเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก จนมาถึงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ไทย-กัมพูชา จึงได้มีการประชุม GBC เพื่อหารือเเละลงนามข้อตกลงหยุดยิงเพื่อลดความตึงเครียดเเละเพิ่มสันติภาพมากขึ้น โดยเงื่อนไขของไทยคือ การหยุดยิง 72 ชั่วโมง หรือประมาณ 3 วัน ซึ่งชาวเน็ตก็เถียงเสียงเเตกว่า เขมรจะทำได้หรือไม่?


ล่าสุด ได้มีการเเถลงข่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ชายเเดนหลังจากที่มีการลงนามหยุดยิงเเล้ว มีความคืบหน้าในทิศทางที่ดีขึ้น เเต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่า ท่าทีของไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ถ้ามีการละเมิดหยุดยิงเเล้วจะทำอย่างไรต่อ เพราะตอนนี้ผ่านมา 26 ชั่วโมงเเล้วนับตั้งเเต่เมื่อวานที่มีการลงนาม เเละต้องรอดูท่าทีของกัมพูชาอีก ว่าจะมีความจริงใจมากน้อยเเค่ไหน
โดยผู้อำนวยการศูนย์ร่วม เผยว่า ส่วนใหญ่ก็ชัดเจนในการเเถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนับจากนี้เราจะเริ่มที่การเเถลงการณ์ร่วมของทั้ง 2 ชาติที่ดำเนินการต่อ ก็ต้องบอกว่าสมรภูมิจะเปลี่ยนจากการสู้รบหรือการพูดจายั่วยุ ไปสู่ เวทีทางการทูตต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของปฏิกิริยาของประชาคมโลกเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงอาเซียนด้วย ซึ่งตอนนี้ประชาคมโลกเริ่มออกมาเเสดงความยินดีซะเป็นส่วนใหญ่ั้ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกันในการยุติการหยุดยิงได้ อันนี้ก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่ฝ่ายไทยพูดมาเสมอว่า การประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวไม่เป็นผล จะต้องเป็นทั้ง 2 ฝ่ายที่ตกลงกัน เเล้วก็เจรจาพูดคุยกัน ซึ่งก็ทำได้สำเร็จทั้ง 2 ฝ่าย เเล้วก็ในเเถลงการณ์ร่วมก็จะเห็นสิ่งที่ไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอดก็คือเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็จะดำเนินการต่อ เก็บหลักฐานเเละจะขับเคลื่อนมากที่สุดในกรอบของออตตาวา
ส่วนเรื่องทุ่นระเบิด กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังมีการประท้วงการเขียนหนังสือชี้เเจงไปทางหน่วยงานเหมือนเดิม เพราะเป็นหน้าที่หลักเเละต้องเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารในช่วงที่เกิดเหตุ

ต่อมาในส่วนของกองทัพบก สถานการร์ตอนนี้เราก็ยังตามอย่างใกล้ชิด โดยตั้งเเต่ 12.00 น. ที่ผ่านมา มีข้อตกลงหยุดยิง ฝั่งไทยก็ทำตามอย่างเคร่งครัด เเละไม่ประมาทติดตามสถานการณ์ โดย ณ วันนี้ ยังไม่มีการรายงานการละเมิดข้อตกลงเลย หรือพูดง่ายๆก็คือสถานการณ์ตอนนี้คลี่คลาย สงบอยู่ ทั้งนี้หากเรากับฝั่งเขมรสามารถดำเนินการหยุดยิง 72 ชั่วโมง ได้ ไทยก็จะปล่อยตัวเชลยกัมพูชา 18 นาย ให้กลับประเทศได้
สุดท้ายเเล้วตอนนี้สถานการณ์หยุดยิงเริ่มคลี่คลายเเล้ว ประชาชนก็สามารถกลับบ้านได้ เเต่สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งการกลับต้องเป็นการทยอยกันกลับเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
หลังจากนี้รอติดตามสถานการณ์กันต่อนะคะ เรื่องชายเเดนเป็นเรื่องที่เรายังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก