ธรรมนัส รับปากจะทำให้ “ข้าวหอมมะลิ” นาปีตันละ 1 หมื่น
บวรวัฒน์ อีจัน
10 ตุลาคม 2568

ภายหลังวานนี้ (9 ต.ค. 68) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้มาตรวจพื้นที่ราชการและดูแลชาวอำเภอชุมแสง ซึ่งที่นี่ถือเป็นพื้นที่รับน้ำ อำเภอชุมแสงในหลายตำบลประสบอุทกภัย เนื่องจากพายุหลายลูกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องต้องอยู่กับน้ำนานกว่า 1 เดือน ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำอย่างยากลำบาก รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมเกิน 7 วัน จำนวน 9,000 บาทต่อครัวเรือน
ส่วนการเยียวยาภาคการเกษตรทั้งหมด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผมได้สั่งการให้เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ และเกษตรจังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายของพืชไร่ พืชสวน และสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีมาตรการเยียวยาตามมาตรฐานและระเบียบที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งจ่ายเยียวยาให้กับเกษตรกรโดยเร็ว
ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอำเภอชุมแสงว่า เนื่องจากปีนี้แม่น้ำน่านมีปริมาณน้ำมากกว่าปีก่อน จึงทำให้พี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะอำเภอชุมแสง ได้รับผลกระทบมาก ตนจึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำน่าน และลดปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าภายใน 15 วัน สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก เรื่องเล่า ข่าวเกษตร ได้เปิดเผยวิดีโอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อพี่น้องเกษตร จังหวัดนครสวรรค์ เตรียมยกเครื่องเกษตร โดยข้าวหอมมะลินาปีตันละ 10,000 บาท และข้าวทั่วไปตันละ 8,000 บาท ระบุว่า
“ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และรัฐมนตรีช่วยฯ ของท่าน ไปที่โครงการปุ๋ยที่มีราคาถูก ไม่ต้องไปอุดหนุนคนมีสตางค์ ตอนนี้นวัตกรรมเท่ากันหมด สูตรปุ๋ยต่าง ๆ เหมือนกันหมด แต่เราต้องขายราคาต่ำ ยาฆ่าแมลงราคาต้องต่ำ ต้นทุนผลิตน้ำมันจะทำให้อย่างไรให้น้ำมันที่พี่น้องใช้เวลาไถนา ไม่ได้ใช้ควายหรือโคแบบสมัยก่อน ดังนั้น ภายในสิ้นเดือนตุลาคม ต้องรู้แล้วว่าเราจะแก้ปัญหาราคาปุ๋ยอย่างไร ราคาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จุลินทรีย์ ชีวพันธุ์ ยาฆ่าแมลง จะทำกัน
ส่วนโครงการรองรับข้าวนาปี การตัดยอดข้าวจากท้องตลาด ทุกวันนี้ประเทศไทยผลิตข้าว 1 ปีประมาณ 30 ล้านตัน คนไทยส่งออกปีละ 10 ล้านตัน กินข้าวสมัยก่อน 10 ล้านตัน แต่สมัยนี้คนกินน้อยเพราะคนกลัวอ้วน กินเหลือประมาณ 5-6 ล้านตัน ทำให้มีข้าวค้างสต็อกทุกปี ๆ กว่า 10 ล้านตัน จะไม่ให้ข้าวราคาถูกได้อย่างไร ดังนั้นต้องตัดยอดข้าว โดยการชะลอขายข้าว โครงการนี้ทัน ข้าวนาปี (ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ) ต้องสูงไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และถ้าเป็นข้าวทั่วไป 9,000 บาทอาจจะถึง แต่ถ้าไม่ถึงก็ไม่ควรต่ำกว่า 8,000 บาท พี่น้องจะได้มีกำไร 2,000 บาท อันนี้รับปากว่าจะทำให้ และคอยดูว่าจะทำได้จริงรึเปล่า ?”